Talk of The Town

BGRIM ของดีเข้าพอร์ต หลังลุยดาต้าเซ็นเตอร์ จ่อฟันกำไรเพิ่ม 288 ล้านบาท


28 พฤษภาคม 2569

BGRIM ของดีเข้าพอร์ต_S2T (เว็บ)_0.jpg

จับตา BGRIM หลังพัฒนาธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ เฟสแรกขนาด 48MW อยู่ระหว่างการก่อสร้างและมีความคืบหน้าไปแล้ว 25%  โบรกน คาดสร้างกำไรได้ประมาณ 288 ล้านบาทในปี 2571 ซึ่งคิดเป็นอัพไซด์ประมาณ 9% แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 15.50 บาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า BGRIM กำลังพัฒนาธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ร่วมกับ Digital Edge โดยถือหุ้นในสัดส่วน 40% ในโครงการพัฒนาศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 96MW ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากลูกค้ากลุ่ม Hyperscaler ภายใต้สัญญาอายุ 5–10 ปี ซึ่งปัจจุบันเฟสแรกขนาด 48MW อยู่ระหว่างการก่อสร้างและมีความคืบหน้าไปแล้ว 25% 

โดยประเมินว่าเฟสแรกนี้จะสามารถสร้างกำไรได้ประมาณ 288 ล้านบาทในปี 2571 ซึ่งคิดเป็นอัพไซด์ประมาณ 9% ต่อประมาณการของฝ่ายวิจัย ในขณะเดียวกัน ผู้บริหารมีแผนที่จะลดอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD-to-Equity) ที่ปัจจุบันอยู่ในระดับสูงถึง 2.0 เท่าลง ผ่านมาตรการสร้างรายได้จากสินทรัพย์ (Asset Monetization)

ทั้งนี้ยังคงคาแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ BGRIM แต่ได้ปรับลดราคาเป้าหมายมาอยู่ที่ 15.50 บาท หลังจากปรับเพิ่มสมมติฐานราคาก๊าซธรรมชาติ โดยเชื่อว่าตลาดได้ซึมซับรับข่าวผลประกอบการปี 2569 ที่อ่อนแออันเนื่องมาจากราคา LNG ที่ระดับสูงไปเรียบร้อยแล้ว 

ขณะที่กำไรหลักในปี 2570 คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งถึง 30% จากปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากราคา LNG ที่กลับสู่ระดับปกติ และการรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Nakwol 1 นอกจากนี้ ยังเห็นโอกาสเติบโต (อัพไซด์) เพิ่มเติมจากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งยังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ

สำหรับปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาวที่สำคัญของ BGRIM ยังคงเป็นการขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Nakwol ในประเทศเกาหลีใต้ ทั้งนี้ โครงการ Nakwol 1 (กำลังการผลิตตามสัดส่วนถือหุ้น 179MWe) ได้รับใบอนุญาตครบถ้วนแล้วและกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 80% และมีเป้าหมายที่จะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในช่วงไตรมาส 4/68 – 2/69 ส่วนโครงการ Nakwol 2 (กำลังการผลิตตามสัดส่วนถือหุ้น 184MWe) ได้รับอนุมัติรายงาน EIA เรียบร้อยแล้ว และปัจจุบันกำลังรอการอนุมัติอัตราค่าไฟฟ้า (Power Tariff) ก่อนที่จะเริ่มดากเนินการก่อสร้าง

นอกเหนือจากโครงการในเกาหลีใต้แล้ว BGRIM ยังมีโครงการพลังงานหมุนเวียนอีกหลายแห่งที่มีกำหนด COD ในช่วงปี 2569–71 รวมถึงโครงการโซลาร์ฟาร์ม ARECO ในฟิลิปปินส์ และโครงการโซลาร์ฟาร์ม reNIKOLA ในมาเลเซีย 

นอกจากนี้บริษัทยังได้เข้าซื้อพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาด 102MWe ในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนมกราคม 2569 ซึ่งเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรแล้ว แม้จะคาดว่ากำไรหลักในปี 2569 จะทรงตัวเนื่องจากราคาก๊าซ LNG ที่สูง แต่คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ของกำไรหลักในช่วง 3 ปี (2568–71) จะอยู่ที่ 13%