จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : SA รุกธุรกิจ Solar Rooftop เต็มสูบ รับแรงหนุนมาตรการภาษีรัฐ กระแสรักษ์โลกดันดีมานด์พุ่ง


19 พฤษภาคม 2569

SA รุกธุรกิจ Solar Rooftop เต็มสูบ_S2T (เว็บ)_0.jpg

ท่ามกลางเทรนด์พลังงานสะอาดและค่าไฟฟ้าที่อยู่ในระดับสูง SA เร่งขยายตลาด Solar Rooftop ผ่านบริษัทในเครือ รองรับความต้องการติดตั้งโซลาร์ในภาคครัวเรือนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมใช้จุดแข็งจากฐานลูกค้าอสังหาริมทรัพย์ต่อยอดธุรกิจ สร้างโอกาสเติบโตครั้งใหม่อย่างมั่นคง

กระแสการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดกำลังกลายเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญของโลก และประเทศไทยเองก็เร่งเดินหน้าสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างจริงจัง เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดต้นทุนพลังงาน และยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ในปี 2569 ภาครัฐได้ออกมาตรการสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน หรือ Solar Rooftop โดยอนุญาตให้ประชาชนนำค่าใช้จ่ายจากการซื้ออุปกรณ์และติดตั้งระบบมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ถือเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ช่วยให้ตลาดโซลาร์ภาคครัวเรือนขยายตัวรวดเร็วมากขึ้น

ปัจจัยดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับแนวโน้มค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยครัวเรือนที่มีค่าไฟเดือนละ 3,000-10,000 บาท สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ 30-70% ขึ้นอยู่กับขนาดของระบบที่ติดตั้ง ขณะที่ระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4-7 ปี และอายุการใช้งานของระบบยาวนานกว่า 25 ปี จึงทำให้การติดตั้ง Solar Rooftop กลายเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าในระยะยาว

จากปัจจัยสนับสนุนทั้งด้านนโยบายรัฐ แนวโน้มค่าไฟฟ้า และความตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ตลาดติดตั้ง Solar Rooftop ในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างโดดเด่น โดยผู้ประกอบการที่สามารถให้บริการแบบครบวงจร และมีฐานลูกค้าเดิมที่แข็งแกร่ง จะมีความได้เปรียบในการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดนี้อย่างมีนัยสำคัญ

หนึ่งในบริษัทที่เดินเกมรุก คือ ไซมิส แอสเสท หรือ SA ซึ่งประกาศขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาด Solar System อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านบริษัทในเครือ “ไซมิส เทคโนโลยี” เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คุณสุนันทา สิ่งสรรเสริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของ SA ระบุว่า บริษัทมองเห็นศักยภาพการเติบโตของตลาด Solar Rooftop อย่างชัดเจน โดยเฉพาะหลังจากภาครัฐออกมาตรการภาษีสนับสนุน ซึ่งช่วยลดต้นทุนการลงทุนให้แก่ประชาชนและกระตุ้นการตัดสินใจติดตั้งระบบโซลาร์ได้มากขึ้น

จุดแข็งสำคัญของ SA คือการมีฐานลูกค้าอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก ทั้งโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียม ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการด้านพลังงานสะอาดได้ทันที ส่งผลให้บริษัทมีต้นทุนการหาลูกค้าที่ต่ำกว่าผู้ประกอบการรายใหม่ และสามารถสร้างยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไซมิส เทคโนโลยี ให้บริการ Solar System แบบครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษา สำรวจพื้นที่ ออกแบบระบบให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า วางแผนการลงทุน ดำเนินการขออนุญาตตามกฎหมาย ติดตั้ง และบริการหลังการขายโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงระบบโซลาร์ได้ง่ายและมั่นใจในคุณภาพการบริการ

เพื่อกระตุ้นตลาดในช่วงเริ่มต้น บริษัทได้เปิดตัวแพ็กเกจราคาพิเศษ 2 รูปแบบ ได้แก่ Smart Package - Huawei และ Premium Package - FoxESS with Optimizer ซึ่งใช้เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าให้สูงขึ้น

สำหรับ SA การขยายเข้าสู่ธุรกิจ Solar Rooftop ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้าง New S-Curve ที่มีศักยภาพเติบโตสูง และสอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลก

ธุรกิจดังกล่าวยังมีโอกาสสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) จากบริการติดตั้ง บำรุงรักษา และการให้คำปรึกษาด้านพลังงานในอนาคต รวมถึงสามารถต่อยอดสู่บริการอื่น ๆ เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Storage) ระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) และโซลูชันด้าน Smart Home ได้อีกมาก

เมื่อพิจารณาจากขนาดตลาดที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง บวกกับจุดแข็งด้านฐานลูกค้าและความเชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ SA จึงอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบในการเข้าสู่ตลาดพลังงานสะอาด และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นได้ในระยะยาว

SA