Talk of The Town

คัดหุ้นเด่น 7 อุตสาหกรรม หลังรัฐเข็น 4 ยุทธศาสตร์แก้เกมเศรษฐกิจ


19 พฤษภาคม 2569

คัดหุ้นเด่น 7 อุตสาหกรรม_S2T (เว็บ) copy.jpg

เมื่อสัปดาห์ผ่านมา รัฐบาลได้เชิญผู้ประกอบการเอกชนเข้าประชุมหารือและแนวทาง เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ซึ่งจุดที่สนใจก็คือ รัฐบาลได้วาง 4 ยุทธศาสตร์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และจะมีการติดตามผลภายใน 6 เดือนข้างหน้า แน่นอนว่านอกจากตัวธุรกิจย่อมมีหุ้นที่ได้รับอานิสงส์ด้วยเช่นกัน

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ให้มุมมองว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 69 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เปิดวงหารือระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจครั้งใหญ่เป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด "ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง" โดยครอบคลุมผู้แทนจากกว่า 17 กลุ่มอุตสาหกรรม ตั้งแต่ภาคการเงิน พลังงาน เทคโนโลยี ยานยนต์ ท่องเที่ยว ค้าปลีก โลจิสติกส์ เกษตร ไปจนถึงนิคมอุตสาหกรรมและอสังหาริมทรัพย์ ในเวทีดังกล่าว

ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรมว. คลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เผยจะรวบรวมข้อเสนอทั้งหมดจัดทำเป็น Action Plan ผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) พร้อม Dashboard ติดตามความคืบหน้า และนัดประเมินผลร่วมกันภายใน 6 เดือน โดยสรุปผลการหารือออกมาเป็น 4 แกนยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่

1. การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาด รวมถึงระบบบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับความเสี่ยงจาก El Nino

2.การยกระดับทรัพยากรมนุษย์ผ่านการดึงแรงงานทักษะสูงและใช้ FDI กว่า 1.8 ล้านลบ. ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคธุรกิจไทย

3. การสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ อาทิ Wellness Hub, Financial Hub, Digital Hub และศูนย์กลางโลจิสติกส์ภูมิภาค

4. การปลดล็อกอุปสรรคเชิงโครงสร้าง ทั้งผังเมือง EEC ขั้นตอนการอนุมัติ และการยกระดับการต่อต้านคอร์รัปชัน

ดังนั้น มองว่า หากข้อเสนอข้างต้นนำไปสู่ Action Plan ที่ดำเนินได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในกรอบเวลา 6 เดือนตามที่ระบุ จะเป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นการลงทุน โดยอาจพลิกโมเมนตัมเศรษฐกิจไทยจากวิกฤตพลังงานและ Slow-burn Crisis รวมทั้งอาจช่วยดึงโมเมนตัมเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 2-4 ให้ดีกว่าที่ประมาณการไว้

โดบในกรณีฐานซึ่งได้ประเมินการเติบโตของ GDP ปี 2569   ไว้ที่ 1.4%YoY แต่มองมีโอกาสเพิ่มได้อีก 0.2-0.4% หากมาตรการกู้เงิน 4 แสนลบ. และ Action Plan ภาครัฐ-เอกชนดำเนินได้อย่างมีประสิทธิผล โดยมีความไม่แน่นอนทางรัฐธรรมนูญเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องจับตาใกล้ชิด

พร้อมกันนี้มุมมองกลยุทธ์ลงทุนมองว่า แม้ระยะสั้นผลการหารือ 4 แกนยุทธศาสตร์หลักจะยังมีผลต่อ SET จำกัด โดยคาดตลาดจะรอดู Action Plan ภายใน 6 เดือน แต่หากมีพัฒนาการที่ดีจะเป็นบวกต่อการลงทุนระยะกลาง-ยาว โดยยุทธศาสตร์ด้านการยกระดับความโปร่งใสและการต่อต้านคอร์รัปชัน จะช่วยดึงดูดความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติให้กลับมาจับตาตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง

ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่จะได้ประโยชน์หลักจากยุทธศาสตร์ด้านอื่นๆ ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF GPSC BGRIM)ได้ประโยชน์จากการเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศ และการขายไฟตรงให้ลูกค้าอุตสาหกรรมด้วยอัตรากำไรสูงขึ้นในช่วง High Demand รวมถึงข้อเรียกร้องป้องกัน Data Center ศูนย์เหรียญจะหนุนให้เกิดการร่วมทุนและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (WHA AMATA WHAUP) ความต้องการที่ดินและระบบสาธารณูปโภคเพื่อรองรับ Data Center Park ทั้งในและนอกพื้นที่ EEC

กลุ่มสื่อสาร (ADVANC TRUE) อุปสงค์การเชื่อมต่อโครงข่ายที่สูงขึ้น หนุนรายได้ภาค Enterprise

กลุ่มท่องเที่ยว (ERW AWC CENTEL AOT MINT THAI AAV) ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศและพัฒนาเมืองรอง 

กลุ่มการแพทย์ (BH BDMS) นโยบายความมั่นคงด้านสุขภาพ (ผลิตยา/Medical Supply ในประเทศ) ช่วยลดต้นทุน และการเติบโตของ Medical Tourism

กลุ่มยานยนต์ (STANLY SAT AH) การเรียกร้องมาตรการ Safeguard และเกณฑ์ Local Content ภายใต้กรอบ Global Minimum Tax จะช่วยรักษาฐานการผลิตและซัพพลายเชนไทยในระยะยาว

กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK) โอกาสขยายสินเชื่อรายใหญ่จากกระแสการย้ายฐานการผลิต (FDI) และแนวคิด "Safe, Efficient and Low Carbon Hub" ขณะที่การเข้ามาแก้ปัญหาของกลุ่ม SME จะช่วยฟื้นฟูคุณภาพสินทรัพย์ (Asset Quality)

คัดหุ้นเด่น 7 อุตสาหกรรม_S2T (เพจ) copy.jpg