จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : TFG กำไรเหนือคาด ค้าปลีกโต-เวียดนามหนุน โบรกฯ ปรับราคาเป้าหมาย ชูปันผล 7%


13 พฤษภาคม 2569

TFG รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

3 ปัจจัยหลัก หนุนผลงาน TFG สู่การเติบโตรอบใหม่ “การฟื้นตัวของราคาสุกรและไก่ การขยายสาขา Thai Foods Fresh Market ตลาดเวียดนาม” บล.ทรีนีตี้ ปรับเพิ่มกำไรปีนี้ขึ้น 24% เชื่อหุ้นยังมี Upside ยืนยันคำแนะนำ “ซื้อ” 

บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) ตอกย้ำสถานะการเป็นหนึ่งในหุ้นเด่นของกลุ่มอาหารและเกษตรในปี 2569 หลังผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากความสามารถในการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ การขยายธุรกิจค้าปลีกที่สร้างมาร์จิ้นสูง การฟื้นตัวของราคาสุกรและไก่ในประเทศ รวมถึงแผนขยายธุรกิจสู่ประเทศ Vietnam ซึ่งจะกลายเป็นเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ในอนาคต

บล.ทรีนีตี้ระบุว่า TFG มีกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 2,047 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ประมาณ 8% แม้ว่ารายได้จากธุรกิจฟาร์มทั้งไก่และสุกรจะชะลอตัวตามราคาขายที่ปรับลดลง แต่บริษัทยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 21.7% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 18.3% ในไตรมาสก่อน

ความแข็งแกร่งดังกล่าวสะท้อนถึงโมเดลธุรกิจครบวงจรของ TFG ที่สามารถควบคุมต้นทุนตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ การแปรรูป ไปจนถึงการจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกของบริษัทเอง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและยกระดับความสามารถในการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในปัจจัยหนุนสำคัญคือธุรกิจค้าปลีก “Thai Foods Fresh Market” ที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยรายได้ในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นถึง 31% จากปีก่อน จากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมี 690 สาขา และบริษัทตั้งเป้าขยายเป็น 850 สาขาภายในสิ้นปี 2569 เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงและเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง

ส่วน “นายเพชร นันทวิสัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TFG  ก็มั่นใจรายได้รวมในปีนี้จะเติบโต 10-15% และมีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณสุกรในประเทศ การบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น และการขับเคลื่อนองค์กรสู่โมเดล Market Driven อย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าขยายธุรกิจในเวียดนาม ซึ่งถือเป็น Growth Engine สำคัญในระยะยาว ผ่านการก่อสร้างโรงงานอาหารสัตว์ การขยายธุรกิจไก่ และการเพิ่มฟาร์มสุกร โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569 และเริ่มสนับสนุนรายได้รวมถึงลดต้นทุนการผลิตตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป

อีกปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจของหุ้น คือแนวโน้มราคาสัตว์บกที่เริ่มฟื้นตัวตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ทั้งราคาสุกรและไก่ ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกต่อรายได้และอัตรากำไรในช่วงที่เหลือของปี ทำให้นักวิเคราะห์เชื่อว่ากำไรสุทธิปี 2569 จะเพิ่มขึ้นเป็น 7,790 ล้านบาท เติบโต 5% จากปีก่อน และมีโอกาสสร้างสถิติสูงสุดใหม่

ภายใต้ประมาณการดังกล่าว ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 12 บาทยังสะท้อนมูลค่าที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับระดับราคาปัจจุบัน ประกอบกับเงินปันผลที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนประมาณ 7% ต่อปี ทำให้ TFG เป็นหุ้นที่ตอบโจทย์ทั้งนักลงทุนที่มองหาการเติบโตและผู้ที่ต้องการกระแสเงินสดจากเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ

ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่ครบวงจร ความสามารถในการบริหารต้นทุน ธุรกิจค้าปลีกที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และการขยายตลาดต่างประเทศ TFG จึงยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มอาหารที่โดดเด่นที่สุดของปี 2569 และมีศักยภาพสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจในระยะยาว ท่ามกลางราคาเป้าหมายที่ยังมี Upside ให้นักลงทุนจากการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

TFG