รายงานพิเศษ : EA สัญญาณบวกกลับมา TRIS ขยับเครดิต Outlook เป็น Stable ชูวินัยการเงิน-สภาพคล่องแกร่ง

บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ประสบความสำเร็จในการบริหารหนี้และเสริมสภาพคล่อง ช่วยปลดล็อกความกังวลตลาด สร้างความเชื่อมั่นต่อทิศทางฟื้นตัวในระยะยาว สะท้อนจากการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของจาก “Negative” เป็น “Stable”
ในที่สุดสถาบันจัดอันดับ TRIS Rating ก็ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของ บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) จาก “Negative” เป็น “Stable” พร้อมคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ที่ระดับ “BB+” นับเป็นพัฒนาการเชิงบวกที่มีนัยสำคัญต่อภาพรวมทางการเงินและมุมมองของตลาดทุนต่อบริษัทในระยะต่อไป
การขยับแนวโน้มดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของสถาบันจัดอันดับเครดิตต่อศักยภาพในการบริหารสภาพคล่องและภาระหนี้ของบริษัท หลังจากที่ EA ได้ดำเนินมาตรการปรับโครงสร้างทางการเงินอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
สาระสำคัญของการปรับมุมมองเครดิตครั้งนี้ อยู่ที่การคลี่คลายของแรงกดดันด้านสภาพคล่องในระยะสั้น ซึ่งเคยเป็นประเด็นที่ตลาดให้ความกังวล โดย TRIS ประเมินว่า EA สามารถบริหารจัดการภาระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านการขยายอายุหุ้นกู้ส่วนใหญ่ รวมถึงการรีไฟแนนซ์และเจรจาขยายระยะเวลาชำระหนี้กับสถาบันการเงินหลัก ส่งผลให้โครงสร้างหนี้โดยรวมมีความสมดุลมากขึ้น และลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของหนี้ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
นอกจากนี้ การมีวงเงินสินเชื่อแบบผูกพันเพิ่มเติมยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินให้กับบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ เปรียบเสมือน “กันชนสภาพคล่อง” ที่ช่วยรองรับความไม่แน่นอนในระยะสั้น และลดความเสี่ยงจากการต้องพึ่งพาการรีไฟแนนซ์ในช่วงที่ภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย องค์ประกอบดังกล่าวมีส่วนสำคัญที่ทำให้ TRIS มองว่าสถานะสภาพคล่องของ EA อยู่ในระดับที่เพียงพอ
เมื่อพิจารณาในเชิงโครงสร้างเงินทุน EA มีแหล่งสภาพคล่องที่หลากหลาย ทั้งจากเงินสดในมือ กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้ ซึ่งสามารถรองรับทั้งภาระการลงทุนและการชำระหนี้ในช่วง 12 เดือนข้างหน้าได้อย่างครอบคลุม สะท้อนถึงการยกระดับคุณภาพของงบดุล และการบริหารเงินสดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
นอกจากนี้ EA ยังมีพัฒนาการที่โดดเด่น จากความสำเร็จในการลดภาระหนี้ในระยะกลางอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทสามารถลดหนี้ที่ต้องชำระในช่วง 3 ปีข้างหน้าจากระดับกว่า 27,000 ล้านบาท เหลือประมาณ 15,000 ล้านบาท หรือลดลงราว 44% ขณะเดียวกัน ภาระหนี้ที่จะครบกำหนดในปี 2569 ก็ลดลงอย่างมากเช่นกัน การลดลงของภาระหนี้ดังกล่าวช่วยบรรเทาความตึงตัวทางการเงิน และลดความเสี่ยงด้านสภาพคล่องได้อย่างมีนัยสำคัญ
ในเชิงคุณภาพ การปรับโครงสร้างหนี้ยังช่วยให้รูปแบบการชำระหนี้มีความสอดคล้องกับกระแสเงินสดของธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจโรงไฟฟ้า ซึ่งยังคงเป็นแหล่งรายได้และกระแสเงินสดหลักที่มีเสถียรภาพสูงของบริษัท กระแสเงินสดที่คาดการณ์ได้และมีความต่อเนื่องนี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรองรับภาระหนี้ และสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าหนี้และนักลงทุนในระยะยาว
ขณะที่ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งในช่วงก่อนหน้าถือเป็นปัจจัยที่เพิ่มความกดดันต่อฐานะการเงิน ได้เริ่มมีทิศทางที่ระมัดระวังมากขึ้น โดยบริษัทหันมาให้ความสำคัญกับการรักษากระแสเงินสด และปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจไปสู่แนวทางที่ใช้เงินลงทุนต่ำลง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนขนาดใหญ่ และลดภาระทางการเงินในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการรักษาวินัยทางการเงินในภาพรวม
การที่ TRIS ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตเป็น “Stable” จึงไม่ใช่เพียงการสะท้อนสถานะปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางในอนาคตว่า บริษัทมีโอกาสรักษาเสถียรภาพทางการเงินได้ หากยังคงดำเนินนโยบายทางการเงินอย่างมีวินัยต่อเนื่อง ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นจากการประเมินดังกล่าวยังมีบทบาทสำคัญต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในอนาคต ทั้งในด้านต้นทุนทางการเงินและความพร้อมของนักลงทุน
ในมุมของผู้บริหารนายวสุ กลมเกลี้ยง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน กล่าวว่า “การปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของ EA เป็น “Stable” สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการที่เป็นรูปธรรมของบริษัทในการเสริมสภาพคล่อง ลดภาระหนี้ระยะสั้น และยกระดับความยืดหยุ่นทางการเงิน ภายใต้แนวทางบริหารการเงินที่รอบคอบและมีวินัย
ผลการประเมินครั้งนี้ตอกย้ำถึงความสามารถของบริษัทในการบริหารภาระทางการเงินให้สอดคล้องกับกระแสเงินสดจากธุรกิจ และรองรับภาระผูกพันในระยะข้างหน้าได้ดีขึ้น บนพื้นฐานของธุรกิจหลักที่ยังสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ
EA จะยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการเงิน การบริหารสภาพคล่องอย่างรัดกุม และการต่อยอดศักยภาพของธุรกิจหลัก เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน พร้อมเสริมความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น นักลงทุน ผู้ถือหุ้นกู้ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายต่อไป”