Smart Investment

2 เกมรุกอาหารโลก CPF ซื้อฟาร์มสุกรรัสเซีย TFG ขยายลงทุนเวียดนาม


26 เมษายน 2569

Mr.Data

2-เกมรุก_info-ปก_0.jpg

CPF เดินหน้าซื้อฟาร์มสุกรในรัสเซีย เสริมความมั่นคงด้านการผลิต ขณะที่ TFG เร่งขยายธุรกิจค้าปลีกควบคู่ลงทุนเวียดนาม สะท้อนการปรับกลยุทธ์คนละทิศทาง แต่มีเป้าหมายเดียวกันในการลดความผันผวนและสร้างการเติบโตระยะยาว ด้านนักวิเคราะห์ยังคงมุมมองเชิงบวก ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ทั้งสองหุ้น

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (CPF) เดินหน้าขยายการลงทุนในต่างประเทศ ล่าสุดเข้าซื้อกิจการฟาร์มสุกรในประเทศรัสเซีย เพื่อเสริมความมั่นคงด้านการผลิตและลดความเสี่ยงจากการเช่าสินทรัพย์ในระยะยาว

การลงทุนดังกล่าวดำเนินการผ่าน Charoen Pokphand Foods (Overseas) LLC. (CPFO) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ CPF โดยเข้าซื้อเงินลงทุนทั้งหมดใน Novomyasovo LLC. มูลค่า 2,050 ล้านรูเบิล หรือประมาณ 820 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทดังกล่าวมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของ CPF

Novomyasovo เป็นผู้ถือครองสินทรัพย์สำคัญในธุรกิจสุกร ประกอบด้วยที่ดินเพื่อการเกษตรกว่า 1,200 เฮกตาร์ ฟาร์มสุกรขุน 42,000 ตัว ฟาร์มสุกรพันธุ์ 5,000 แม่ และโรงเรือนอนุบาลสุกรอีก 30,000 ตัว ซึ่งก่อนหน้านี้ CPFO ใช้รูปแบบการเช่าในการดำเนินธุรกิจ

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จึงช่วยให้ CPF เปลี่ยนจากผู้เช่ามาเป็นเจ้าของสินทรัพย์โดยตรง ลดความไม่แน่นอนในอนาคต และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการธุรกิจ ขณะเดียวกันยังช่วยเสริมความมั่นคงในการจัดหาวัตถุดิบ และรองรับแผนขยายธุรกิจในประเทศรัสเซียในระยะยาว

ด้านมุมมองนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) ประเมินว่า ผลประกอบการของ CPF ในไตรมาส 1 ปี 2569 มีแนวโน้มฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ที่ประมาณ 3.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากฐานที่ต่ำในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากราคาขายไก่ในประเทศไทยที่ปรับตัวดีขึ้นตามความต้องการส่งออก และราคาสุกรในประเทศเวียดนามที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรยังคงลดลง เนื่องจากฐานกำไรเดิมอยู่ในระดับสูง

สำหรับภาพรวมธุรกิจในแต่ละประเทศ ธุรกิจในเวียดนามยังคงโดดเด่นจากราคาสุกรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจในประเทศไทยยังอยู่ในระดับทรงตัว ส่วนธุรกิจในประเทศจีนยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะอุปทานล้นตลาดและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แม้จะมีความคาดหวังว่าราคาจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี

นักวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” CPF โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 23.30 บาท มองว่าผลประกอบการมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี และยังมีส่วนต่างราคาที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับราคาปัจจุบัน IAA Consensus ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด CPF ที่ 25.75 บาท และต่ำสุดที่ 20.40 บาท

ขณะเดียวกัน บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TFG) เดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการเติบโตผ่านธุรกิจค้าปลีกและการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม

ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าขยายร้าน Thai Foods Fresh Market จาก 615 สาขาในปีก่อน เป็น 850 สาขา เพื่อเพิ่มช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง และลดความผันผวนจากราคาสินค้าเกษตร

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนลงทุนในธุรกิจต้นน้ำในประเทศเวียดนาม ทั้งการก่อสร้างโรงงานอาหารสัตว์ การขยายธุรกิจไก่ และการเพิ่มฟาร์มสุกร ซึ่งคาดว่าจะเริ่มส่งผลดีต่อผลประกอบการตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป

ผู้บริหารของ TFG ระบุว่า ทิศทางธุรกิจในปัจจุบันเป็นการปรับเปลี่ยนจากการเน้นการผลิตไปสู่การเน้นตลาดมากขึ้น โดยการขยายธุรกิจค้าปลีกจะช่วยให้บริษัทสามารถควบคุมช่องทางการจำหน่าย และสร้างความมั่นคงให้กับรายได้ในระยะยาว

ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมาย TFG ขึ้นเป็น 9.50 บาท จากเดิม 6.00 บาท โดยให้เหตุผลว่าบริษัทมีแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจน และโครงสร้างรายได้มีความมั่นคงมากขึ้นจากการขยายธุรกิจค้าปลีก

ทั้งนี้ มองว่า TFG มีศักยภาพในการขยายสาขาร้านค้าปลีกได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และกำไรยั่งยืน IAA Consensus ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด TFG  ที่ 9.50  บาท และต่ำสุดที่ 4.74  บาท

ภาพรวมทั้ง CPF และ TFG ต่างเดินหน้าปรับกลยุทธ์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ แม้จะใช้แนวทางที่แตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างความมั่นคงและการเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางความผันผวนของอุตสาหกรรมอาหารในปัจจุบัน

2-เกมรุก_info_0.jpg