จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : PREB ปรับเกมปี 69 เน้นคุมต้นทุน-เลือกงานคุณภาพ หนุนเติบโต 5% บนฐานรายได้ที่มั่นคง


24 เมษายน 2569

PREB รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 ยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ แต่ดีมานด์ที่อยู่อาศัยและการลงทุนใหม่เริ่มส่งสัญญาณกลับมา บมจ.พรีบิลท์ (PREB) จึงเลือกใช้กลยุทธ์ เน้นคุมต้นทุน ยกระดับประสิทธิภาพ และคัดเลือกโครงการคุณภาพ เพื่อรักษาการเติบโตและสร้างความได้เปรียบในอุตสาหกรรม

ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 ยังคงอยู่ในช่วง “ฟื้นตัวแบบไม่เต็มแรง” ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยยังถูกกดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ภาระหนี้ครัวเรือน และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ทำให้การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคยืดระยะเวลาออกไป โครงการใหม่จำนวนหนึ่งจึงเลือกชะลอการเปิดตัว หรือทยอยพัฒนาอย่างระมัดระวังมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภาพของตลาดไม่ได้อ่อนแอไปทั้งหมด เพราะในอีกด้านหนึ่ง ความต้องการที่อยู่อาศัยยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านเดี่ยวระดับกลางถึงบน คอนโดมิเนียมในทำเลศักยภาพ รวมถึงทาวน์โฮมและโครงการเชิงพาณิชย์ที่ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

บมจ.พรีบิลท์ (PREB) จึงวางกลยุทธ์ที่สอดรับกับสภาพตลาด โดยไม่เร่งขยายตัวเชิงปริมาณ แต่หันมาเน้น “คุณภาพของรายได้” และ “เสถียรภาพของกำไร” เป็นหลัก ปี2569 PREB ตั้งเป้ารายได้เติบโต 5% สะท้อนแนวคิดที่ระมัดระวังและสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมธุรกิจ โดยให้ความสำคัญกับการรักษา Backlog ที่มีอยู่ให้สามารถรับรู้รายได้ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน การเดินหน้าเข้าประมูลงานใหม่มูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท เพื่อรักษาการเติบโตในระยะถัดไป และอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ชัดเจน คือการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดย PREB ให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การจัดซื้อวัสดุ การบริหารโครงการ ไปจนถึงการส่งมอบงาน การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยบริหารจัดการ ไม่เพียงช่วยลดต้นทุน แต่ยังเพิ่มความแม่นยำในการประเมินราคา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันในธุรกิจรับเหมา

นอกจากนี้บริษัทยังขยายตลาดมองหาลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้ PREB กระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่ และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงโครงการที่หลากหลายมากขึ้น 

เมื่อพิจารณาร่วมกับสัญญาณการกลับมาของการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ แม้จะยังไม่เร่งตัว แต่เริ่มมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น ทำให้ PREB มีความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา มากกว่าการต้องเร่งปรับตัวแบบฉุกละหุก

กล่าวได้ว่า กลยุทธ์ของ PREB ในปี 2569 ไม่ใช่การวิ่งนำตลาด แต่เป็นการยืนอย่างมั่นคงในจังหวะที่ตลาดยังไม่นิ่ง พร้อมสะสมความแข็งแกร่งจากภายใน ทั้งด้านต้นทุน ประสิทธิภาพ และคุณภาพงาน เพื่อสร้างฐานที่มั่นคงสำหรับการเติบโตในรอบถัดไป

ในมุมของนักลงทุน PREB จึงเป็นตัวแทนของหุ้นรับเหมาที่มีลักษณะ “Defensive Growth” คือเติบโตในอัตราที่ไม่สูงมาก แต่มีความสม่ำเสมอและมีความสามารถในการบริหารความเสี่ยงในช่วงขาลงของอุตสาหกรรมได้ดี