สัมภาษณ์พิเศษ : SA วางกลยุทธ์ปรับสมดุลสร้างรายได้ ธุรกิจ “โรงแรม-ร้านอาหาร-Wellness” รับมือวัฏจักรอสังหาริมทรัพย์

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญความท้าทายมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เมื่อหนี้ภาคครัวเรือนปรับตัวสูงขึ้น ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่ง บมจ.ไซมิส แอสเสท (SA) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยเพื่อจำหน่าย ทั้งประเภทโครงการคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร ทาวน์โฮม และโฮม ออฟฟิศ จะมีแนวทางรับมือความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอย่างไร ไปติดตามมุมมองนี้กับ คุณสุนันทา สิ่งสรรเสริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม SA
SA มองวิกฤติที่เกิดขึ้นกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างไร
ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา บริษัทเริ่มเห็นว่าวัฏจักรการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เริ่มปรับตัวสั้นลง ซึ่งทิศทางนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ประเทศจีนก็เป็นเช่นกัน โดยจะเห็นการเกิดฟองสบู่ในอสังหาริมทรัพย์ของจีน ดังนั้นเมื่อเกิดสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง จึงสอดคล้องกับทิศทางที่บริษัทได้มีการปรับตัวไว้ล่วงหน้า
แนวทางการรับมือของ SA
บริษัทมีการกำหนดกลยุทธ์ โดยการปรับสมดุลพอร์ต ซึ่งเน้นการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว และหันไปทำธุรกิจที่มีความเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลัก เพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจ ได้แก่
1. การกระจายรายได้จากเดิมที่SA เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 100% ก็ขยับมาทำธุรกิจที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income) เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และ Wellness โดยตั้งเป้าปรับสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Hospitality และอื่น ๆ ให้เพิ่มขึ้นเป็น 30% ภายในปีนี้
2. การต่อยอดจากความชำนาญเดิม เลือกขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาฯ และใช้ความชำนาญของบุคลากรเดิมที่มีอยู่ เช่น การเปลี่ยนคอนโดมิเนียมมาบริหารจัดการแบบโรงแรมในอาคารเดียวกัน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ที่ไม่มีความรู้ (Absolute Change) และช่วยให้การเรียนรู้และดำเนินงานทำได้รวดเร็วกว่า
3. การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุน โดย SA จะเน้นการทำโครงการแบบ Mixed-use โดยนำธุรกิจในเครือ เช่น ร้านอาหาร เข้าไปแทรกในพื้นที่สำหรับค้าขายของโครงการตนเอง วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการต้องไปเช่าพื้นที่ภายนอกที่มีค่าเช่าสูง และเป็นการใช้ทีมงานชุดเดิมมาช่วยผลักดันธุรกิจใหม่ ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
4. การปรับตัวตามพฤติกรรมลูกค้าและแนวโน้มโลก โดยบริษัทได้ออกแบบกลยุทธ์เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกและนโยบายรัฐ เช่น การสร้าง Investment Program สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยงเรื่องห้องเสื่อมโทรมหรือการหาผู้เช่า รวมถึงการบุกตลาด Silver Age เพื่อรองรับสังคมสูงวัย โดยมีการศึกษาบทเรียนจากผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จและโมเดลจากต่างประเทศนานถึง 3-4 ปี เพื่อปิดช่องโหว่ความเสี่ยงก่อนเริ่มทำจริง
5.ความยืดหยุ่นในการบริหาร โดยจะเน้นความยืดหยุ่นสูงในการปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ไม่ยึดติดกับทฤษฎีเดิม เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าหลายกลุ่มได้ตลอดเวลา
เป้าหมายปีนี้การเติบโตเป็นอย่างไร
ผลงานปีนี้เราตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 5-10 % เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยการวางแผนทางธุรกิจจะเน้นทำแบบปีต่อปี เพื่อให้การทำงานมีความยืดหยุ่น ปรับตัวได้รวมเร็ว ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและปัจจัยเสี่ยงที่เข้ามากระทบ รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย โดยการสร้างผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่มีหลากหลายมากขึ้น แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาฐานลูกค้ากลุ่มเดียว
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ใช้บริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ภายในเครือเข้ามาช่วยปรับโครงสร้างทางการเงิน ให้กับลูกค้าที่มีความเปราะบางด้านกำลังซื้อ เพื่อให้ลูกค้าสามารถจัดระเบียบการเงินจนสามารถเข้าสู่ระบบการกู้ยืมจากธนาคารปกติได้ภายใน 2-3 ปี
ดังนั้นเป้าหมายการเติบโตของบริษัทในปี 2569 จะเน้นการรักษากำไรให้เติบโตอย่างมั่นคงผ่านการปรับตัวที่รวดเร็วและการช่วยเหลือลูกค้าให้มีกำลังซื้อที่เข้มแข็งขึ้น