
ช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม เป็นช่วงที่นักลงทุนหลายๆคนได้รับข่าวดี การประกาศจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนไทย แต่คนที่มีความสุขที่สุดเห็นทีคงเป็นกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่และกลุ่มนักลงทุนแบบเน้นคุณค่า (VI) ที่มีมูลค่าพอร์ตการลงทุนขนาดใหญ่ อย่าง ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
โดยการถือครองหุ้นของดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร และครอบครัว มีการถือครองอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 ตัว แบ่งเป็นของ “ดร.นิเวศน์” ได้ถือหุ้นบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH อยู่ที่ 250,000,000 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 11 มี.ค. 69 ในงวดปี 2568 ได้ปันผลอยู่ที่ 0.09 และบริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP อยู่ที่ 14,000,000 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 17 เม.ย. 69 ซึ่งงวดปี 2568 ได้ปันผลอยู่ที่ 3.50 บาท จึงได้รับเงินปันผลจากหุ้นทั้ง 2 ตัว อยู่ที่ 71.50 ล้านบาท
ตามมาด้วย นางเพาพิลาส เหมวชิรวรากร เป็นคู่สมรส ได้ถือครองหุ้นอยู่ด้วยกันถึง 3 ตัว ประกอบไปด้วย บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL อยู่ที่ 45,000,000 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 12 มี.ค. 69 ซึ่งงวดปี 2568 ได้ปันผลอยู่ที่ 1.65 บาท
บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP อยู่ที่ 8,000,000 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 17 เม.ย. 69 ซึ่งงวดปี 2568 ได้ปันผลอยู่ที่ 3.50 บาท และบริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC อยู่ที่ 10,000,000 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 27 ก.พ. 69 ซึ่งงวดปี 2568 ได้ปันผลอยู่ที่ 0.52 บาท ดังนั้น จึงได้เงินปันผลจากทั้ง 3 หุ้น อยู่ที่ 107.45 ล้านบาท
และสุดท้ายลูกสาวของทั้งคู่หรือ นางสาว พิสชา เหมวชิรวรากร โดยมีการถือครองหุ้นทั้งหมด 3 ตัว ประกอบไปด้วย บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH อยู่ที่ 150,000,000 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 11 มี.ค. 69 ในงวดปี 2568 ได้ปันผลอยู่ที่ 0.09
และบริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP อยู่ที่ 8,000,000 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 17 เม.ย. 69 ซึ่งงวดปี 2568 ได้ปันผลอยู่ที่ 3.50 บาท และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP อยู่ที่ 10,000,000 หุ้น ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 4 มี.ค. 69 ซึ่งงวดปี 2568 ได้ปันผลอยู่ที่ 1.05 บาท โดยทั้ง 3 หุ้น ให้เงินปันผลอยู่ที่ 52 ล้านบาท 