Talk of The Town

CBG กัมพูชาทำพิษ! ฉุดรายได้ส่งออกหาย 40% อาจกด Q1 กำไรเหลือ 635 ลบ. ทรุด 16.5%


23 เมษายน 2569

CBG กัมพูชาทำพิษ!_S2T (เว็บ) 2569_0.jpg

จับตางบ
CBG โค้งแรกปี 69 โบรกฯ คาดกำไรอาจเหลือเพียง 635 ล้านบาท ลดลง 16.5% หลังธุรกิจส่งออกคาดลดลง 40% เซ่นพิษความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา แถมไตรมาส 2 คาดดิ่งต่อ จึงปรับคำแนะนำลงจาก “ซื้อ” เป็น “TRADING” ให้ราคาเหมาะสมใหม่ ณ สิ้นปี 2569 ที่ 41.00 บาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ประเมินผลประกอบการไตรมาส 1/69 ของ CBG จะมีกำไรปกติ 635 ล้านบาท ลดลง 3.8% จากไตรมาสก่อน และลดลง  16.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

และคาดรายได้ 5,304 ล้านบาท ลดลง 5.9% จากไตรมาสก่อน จากปัจจัยฤดูกาล ที่บริษัทมักจะเร่งจาหน่าย สินค้าค่อนข้างมากในช่วงไตรมาส 4

แต่สามารถทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากธุรกิจส่งออกคาดลดลง 40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งคาดชดเชยได้จาก 1. เครื่องดื่มชูกำลังในประเทศคาดโต 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย และทำการตลาดเชิงรุกต่อเนื่อง

2.ธุรกิจรับจ้างผลิตคาดโต 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากลูกค้าที่ขยายออเดอร์ต่อเนื่อง ซึ่งยังเป็นลูกค้าในประเทศเป็นหลัก 3. ธุรกิจจัดจำหน่ายคาดโตเด่น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย “สุราข้าวหอม” และการออกสินค้าใหม่อย่างเบียร์สด และสุราข้าวหอมผสมโซดา

ขณะที่ GPM คาดทรงตัวจากไตรมาสก่อนได้ แม้ U-rate จะลดลงตามยอดขาย จากการ บริหารจัดการค่าใช้จ่าย และ Product Mix ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับขึ้นช่วง เดือนมี.ค. คาดผลกระทบยังจำกัด เนื่องจากบริษัทซื้อก๊าซผ่านปตท. ซึ่งอิงราคาเฉลี่ยย้อนหลัง 3 เดือน แต่ลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานสูง

ส่วนแนวโน้มกำไรปกติในไตรมาส 2/69 แม้จะเป็นช่วง High season ของธุรกิจที่เป็นฤดูร้อน แต่เนื่องจากการเริ่มรับรู้ผลกระทบที่มากขึ้นของราคาก๊าซธรรมชาติ, บรรจุภัณฑ์ และ ค่าขนส่งที่ปรับขึ้นกดดัน GPM รวมถึงบริษัทยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาขาย

ทั้งนี้เบื้องต้นคาดกำไรปกติในไตรมาส 2/69 ที่กรอบ 630-650 ล้านบาท ทรงตัว-โตเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน แต่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน อีกหนึ่งไตรมาส อย่างไรก็ตาม ในครึ่งหลังปี 69 แม้ยังมีปัจจัยกดดันจาก ราคาพลังงาน และค่าขนส่ง แต่เนื่องจากฐานต่ำในปีก่อน ที่บริษัทได้รับผลกระทบความขัดแย้งระหว่าง ไทย-กัมพูชา ทำให้สุทธิแล้วคาดกำไรปกติมีโอกาสกลับมาโตได้ระดับ 4-7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้หาก เกิดปรากฎการณ์เอลนีโญในช่วงครึ่งหลังปี 69 อาจส่งผลให้อุปสงค์สินค้ากลุ่มเครื่องดื่มสูงกว่าประมาณการของ เป็น Upside ต่อประมาณการกำไร

อย่างไรก็ตาม  แม้คาดจะเริ่มเห็นกำไรปกติกลับมาโตในครึ่งหลังปี 69 เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เนื่องจากแนวโน้มราคาต้นทุนพลังงาน, ต้นทุน การผลิต และค่าขนส่งที่สูงกว่าประมาณการเดิม ที่เป็นสมมติฐานเดิมตั้งแต่ช่วงก่อนสงคราม ทำให้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2569 ลง 15.6% เป็น 2,574 ล้านบาท ลดลง 9.3% จากปีก่อน จากการปรับสมมติฐาน รายได้ และ GPM ลง เพื่อสะท้อนแนวโน้มราคาต้นทุนที่ปรับขึ้น และกำลังซื้อในประเทศที่อาจอ่อนแอลง ตามราคาน้ำมันในประเทศที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ปรับกำไรปี 2570 ลง 10.5% เป็น 2,295 ล้านบาท เติบโต 13.7% จากปีก่อนเพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มผลประกอบการในปี 2569ดังนั้นปรับคำแนะนำลงจาก “ซื้อ” เป็น “TRADING” ให้ราคาเหมาะสมใหม่ ณ สิ้นปี 2569 ที่ 41.00 บาท