KTB-KBANK-BBL เป็น Top Pick โบรกฯ มองได้ประโยชน์หลังแบงก์ชาติวอน ช่วยลูกหนี้กระทบจากราคาพลังงาน

บริษัท ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า จากกรณีที่ธปท. ขอให้สถาบันการเงินเร่งช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานธปท. ขอความร่วมมือสถาบันการเงินช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบด้วยการเติมเงินใหม่และการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้เดิม
โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1. สินเชื่อเดิม ธปท. ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในเชิงป้องกัน (pre-emptive) ตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณว่าลูกหนี้มีปัญหาการชำระหนี้ เช่น ให้จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย ลดค่างวด ลดอัตราดอกเบี้ย ตัดเงินต้นก่อนดอกเบี้ย สำหรับสินเชื่อทุกประเภท รวมถึงการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ และสินเชื่อส่วนบุคคล
2. สินเชื่อใหม่ ธปท. ให้ช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการเติมเงินใหม่เพื่อเพิ่มสภาพ คล่อง โดยสามารถใช้ประโยชน์จากโครงการ SMEs Credit Boost นอกจากนี้ยังให้สินเชื่อเพิ่มเติมแก่ SMEs ที่มีหลักประกันภายใต้กรอบหลักการ "มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง (SMEs Secure+)" ซึ่งเป็นการผ่อนปรนเฉพาะชั่วคราวโดยสามารถพิจารณามูลค่าหลักประกันควบคู่กับกระแสเงินสดของลูกหนี้ได้
โดยมองเป็นบวกเล็กน้อยต่อกลุ่มธนาคาร จากแนวโน้มสินเชื่อที่มีโอกาสเพิ่มขึ้น และความเสี่ยงที่จะเกิดเป็น NPL ลดลง โดย โดยข้อ 1.เป็นการช่วยเหลือกับลูกหนี้ที่มีสินเชื่อเดิม ซึ่งเรามองเป็นกลางเพราะเชื่อว่าทุกธนาคารมีการปรับโครงสร้างหนี้กับลูกหนี้แต่ละรายตามภาวะเศรษฐกิจอยู่แล้ว
ข้อ 2 สำหรับสินเชื่อใหม่มีโครงการ SMEs Secure+ เข้ามาช่วยหนุน (เพิ่มเติมจากโครงการ SMES Credit Boost) ซึ่งสามารถนำสินทรัพย์ที่เป็น non-core asset มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ (ปกติธนาคารจะใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันจาก core asset) ซึ่งจะทำให้คาดว่ากลุ่มธนาคารมีโอกาสที่จะปล่อยสินเชื่อ SME เพิ่มมากขึ้นได้ โดยเราเรียงลำดับสัดส่วนสินเชื่อ SME จากมากไปน้อยคือ KBANK (24%),SCB (16%), BBL(16%), KTB (10%), TTB (7%)
ทั้งนี้โดยยังคงน้ำหนักการลงทุนเป็น "มากกว่าตลาด" โดยเลือก KTB (ซื้อ/เป้า 38.00 บาท),KBANK(ซื้อ/เป้า225.00 บาท) และ BBL (ซื้อ/เป้า 195.00 บาท) เป็น Top pick
โดย KTB ราคาเป้าหมายที่ 38.00 บาท อิง 69 PBV ที่ 1.10 เท่า (+0.50SD below 10-yr average PBV) จาก Asset Quality ที แข็งแกร่งจากการเน้นปล่อยสินเชื่อภาครัฐ ซึ่งเป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำและรองรับกับสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงได้ รวมถึง มี Dividend yield สูงราว 6% (แบบไม่รวม เงินปันผลพิเศษ)
ขณะที่ KBANK ราคาเป้าหมายที่ 225.00 บาท อิง 69 PBV ที่ 0.88 เท่า (-0.75SD below 10-yr average PBV) จาก Fund flow ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีโครงการซื้อหันคืนหนุนราคาหุ้น และมี Dividend vield ราว 6%
BBL ราคาเป้าหมายที่ 195.00 บาท อิง 2026E PBV ที่ 0.62 เท่า (-0.75SD below 10-yr average PBV) จาก Valuation ที่ถูกที่สุดในกลุ่มเพียง 0.56 เท่า PBV และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอาจจะไม่ลดลงในปีนี้ รวมถึงมีความต้านทานต่อภาวะเศรษฐกิจได้ดีเพราะมี Coverage ratio สูงที่สุดในกลุ่มที่ 324%
ยอดนิยม
โบรกฯชี้วันนี้หุ้นไทยอาจพักฐาน เหตุระแวงสงครามจบไม่จริง! แนะกลุ่ม AntiOil รับ Valuation ถูก
AOT งบ Q2 กำไรอาจโตแค่ 3% เหตุจ่ายเงินคืนให้ “คิง เพาเวอร์” กว่า 802 ลบ. โบรกฯ ชี้ Q3 กำไรชะลอหลังสงครามกระทบ
KTB-KBANK-BBL เป็น Top Pick โบรกฯ มองได้ประโยชน์หลังแบงก์ชาติวอน ช่วยลูกหนี้กระทบจากราคาพลังงาน
โบรกฯ แนะนำ 14 หุ้นได้ประโยชน์ รัฐบาล “อนุทิน 2 ” แถลงนโยบาย มาตรการกระตุ้นการบริโภคฐานราก