โบรกฯ ชี้ UNIX กำไรโต 3 ปีซ้อน หลังราคาเม็ดพลาสติกผ่านจุดต่ำสุด เคาะราคาเหมาะสม 3-3.20 บาท

3 โบรกฯ มอง UNIX กำไรช่วง 3 ปี (68-70) โตต่อเนื่อง หลังวัฏจักรราคาเม็ดพลาสติกผ่านจุดต่ำสุด อัตรากำไรปรับตัวดีขึ้น ตามประสิทธิภาพการผลิต พร้อมเคาะราคาเหมาะสม 3-3.20 บาท
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ประเมินว่ารายได้และกำไรสุทธิ UNIX ในช่วงปี 2569-2570 จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลังผ่านจุดต่ำสุดของวัฏจักรราคาเม็ดพลาสติกในปี 2568 โดยประเมินกำไรสุทธิปี 2568-2570 ที่ 149.50 ล้านบาท, 173.35 ล้านบาท และ 186.84 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นการเติบโต 25.09%, 15.95% และ 7.78%
โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นมีปัจจัยจากรายได้จากการขายที่ขยายตัว ควบคู่กับอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับดีขึ้น จากประสิทธิภาพกระบวนการผลิตที่สูงขึ้น การลดของเสีย และผลประหยัดต่อขนาดภายใต้ระดับการใช้กำลังการผลิตที่สูงกว่า 80% ขณะที่บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนซึ่งเป็นตลาดหลักยังมีแนวโน้มเติบโตสูง
พร้อมกันนี้ ประเมินมูลค่าเหมาะสมของ UNIX ณ สิ้นปี 2569 ที่ 3 บาทต่อหุ้น ด้วยวิธี P/E ratio ที่ 11.5 เท่า อิงค่าเฉลี่ยของหุ้นในกลุ่มธุรกิจใกล้เคียง สะท้อนศักยภาพการเติบโตของผลประกอบการในระยะกลางถึงยาว
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า กำไรสุทธิของ UNIX จะเร่งการเติบโตขึ้นเป็น 144 ล้านบาท ในปี 2568, 165 ล้านบาท ในปี 2569, และเป็น 191 ล้านบาท ในปี 2570 ด้วยอัตราการเติบโต 14.91% ต่อปี ในช่วง 2568-2570
โดยสนับสนุนจากกลยุทธ์การขยายตลาดต่างประเทศและรักษาการครองตลาดในประเทศ (สัดส่วนรายได้ 95.41% ใน งวด 9 เดือนปี 68), การลดลงของภาระดอกเบี้ยจ่าย ทำให้กำไรสุทธิดีขึ้น มี D/E ลดลงเหลือ 1.17 เท่าในปี 2570 จาก D/E ที่ 4.32 เท่า ใน งวด 9 เดือนปี 68 ด้วยชำระเงินกู้ยืมระยะสั้น จากสถาบันการเงินหลังการ IPO และอัตรากำไรขั้นต้นของผลิตภัณฑ์ Flexible packaging ที่ปรับตัวดีขึ้นตามความต้องการของผู้บริโภค
พร้อมกันนี้ ประเมินราคาที่เหมาะสมของ UNIX ที่ 3.10 บาทต่อหุ้น ในปี 2569 ที่ P/E 12.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อยของคู่แข่งบริษัทจดทะเบียน ทั้งในกลุ่ม Flexible packaging (Premium product) และกลุ่ม Packaging for consumer (Mass product) ที่ยังคงมีความต้องการอุปโภคบริโภคอย่างสม่ำเสมอทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เช่นเดียวกันกับ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์เอเอสแอล จำกัด ได้ประเมินว่าในช่วงปี 2568–2570 บริษัทจะมีรายได้จากการขายในช่วง 3,033–3,371 ล้านบาท เติบโต 5.4%ต่อปี ขณะที่กำไรสุทธิคาดในช่วง 146–180 ล้านบาท เติบโต 10.8%ต่อปี สะท้อนการฟื้นตัวของความสามารถทำกำไร
โดยปี 2568 รายได้อ่อนตัวจากราคาวัตถุดิบและราคาขายที่ลดลง รวมถึงลูกค้าบางส่วนผลิตใช้เอง อย่างไรก็ดี EBITDA คาดเพิ่มเป็น 344 ล้านบาท จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้นเป็น 14.3% และเมื่อรวมกับต้นทุนทางการเงินที่ลดลงและสิทธิประโยชน์ BOI ทำให้กำไรยังเติบโตระดับสองหลัก
ขณะที่ปี 2569–2570 คาดได้รับแรงหนุนจากการฟื้นสมดุลอุตสาหกรรมปิโตรเคมี การพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน และประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น ช่วยหนุน Margin ให้ปรับตัวขึ้น
ดังนั้น ประเมินมูลค่าเป้าหมายเท่ากับ 3.20 บาท อิง EPS ปี 2569 เท่ากับ 0.26 บาท/หุ้น และ P/E ที่ 12.36 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปี ของบริษัทที่ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกับ UNIX มากที่สุด โดยเฉพาะในธุรกิจฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติก และธุรกิจบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค ได้แก่ TPBI (6.21 เท่า), TOPP (8.37 เท่า), TPLAS (27.00เท่า) และ THIP (7.85 เท่า) ทั้งนี้ ที่ระดับ P/E ดังกล่าวมองว่ามีความเหมาะสมภายใต้สภาวะตลาดในปัจจุบันที่มีความผันผวน และหลักความระมัดระวัง
ยอดนิยม
ลุ้น SET วันนี้แตะ 1,500 จุด หลังสหรัฐฯ - อิหร่านหยุดยิง 2 สัปดาห์ แนะหุ้นกลุ่มสายการบิน-โรงไฟฟ้า
GULF-ADVANC นำทัพ 8 หุ้นใหญ่ รับซื้อคืนหลังโดน NVDR ถล่มขาย ได้แรงหนุนสหรัฐฯ-อิหร่าน หยุดยิง
หุ้นโรงกลั่นกำไรหาย โบรกฯ คาดเดือนละ 887 ล้านบาท หลังกบง.หั่นราคาดีเซล 2 บาท
ก.ล.ต.สั่งปรับบอร์ด ALPHAX ยกแผง เป็นเงิน 65,600 บาทต่อราย ข้อหานำเงินเพิ่มทุนไปใช้ผิดวัตถุประสงค์