Talk of The Town

หุ้นโรงกลั่นกำไรหาย โบรกฯ คาดเดือนละ 887 ล้านบาท หลังกบง.หั่นราคาดีเซล 2 บาท


08 เมษายน 2569

หุ้นโรงกลั่นกำไรหาย_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

กบง.อนุมัติการลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลง 2 บาท/ลิตร คาดประกาศอย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษาภายใน 1–2 วัน โบรกฯ ชี้ กระทบต่อกำไรรายเดือนอยู่ที่ 466–887 ล้านบาทสำหรับกลุ่มโรงกลั่นไทย คิดเป็น 5–21% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ชู SPRC ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด  แย้มหากอัตรากำไรถูกกดต่อเนื่อง อาจทำให้โรงกลั่นลดกำลังการผลิต และนำไปสู่ภาวะขาดแคลนน้ำมันในประเทศได้ 

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากประเด็น วานนี้ (7 เม.ย.) คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้ อนุมัติการลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลง 2 บาท/ลิตร มาตรการนี้คาดว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษาภายใน 1–2 วัน ก่อนที่จะเสนอให้ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมัน เชื้อเพลิง (กบน.) พิจารณาปรับราคาขายปลีกน้ำมัน โดยนโยบายดังกล่าวดาเนินการภายใต้ พรก.ป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงานระบุ 

ทั้งนี้มองว่า ราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นที่ลดลง 2 บาท/ลิตร เทียบเท่าผลกระทบต่อ GRM ราว 3.6–5.8 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ขึ้นอยู่กับสัดส่วนการผลิตดีเซลของแต่ละโรงกลั่น ทั้งนี้ แม้ Singapore GRM เฉลี่ยอยู่ที่ 8.2 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ในเดือน มี.ค. แต่จากการตรวจสอบข้อมูลโรงกลั่น ที่มีหน่วย hydrocracking มี GRM อยู่ที่ 15–20 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ในเดือนดังกล่าว ซึ่งสะท้อนว่ารัฐบาลกำลังกำหนดกรอบ GRM ที่ประมาณ 12–16 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล (เทียบเท่า 3–4 บาท/ลิตร) 

โดยประเมินผลกระทบต่อกำไรรายเดือนอยู่ที่ 466–887 ล้านบาทสำหรับกลุ่มโรงกลั่นไทย คิดเป็น 5–21% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดคือ SPRC เนื่องจากมีสัดส่วนการผลิตดีเซลต่ำขณะที่ผู้ที่ ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ PTTGC จากสัดส่วนการผลิตดีเซลที่สูงถึง 60% 

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการแทรกแซงราคา มองว่าไม่มี downside risk ต่อประมาณการกำไรของฝ่ายวิจัย โดยสมมติฐาน GRM ปี 2569 อยู่ ที่ 6.0–6.7 ดอลลาร์ฯ/ บาร์เรล ยังต่ำกว่ากรอบที่รัฐกำหนดเพดานอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ยังมี upside ต่อประมาณการได้ 

อีกทั้งนโยบายนี้ยังไม่รวมผลกำไร ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันในการคำนวณ โดยใน เดือน มี.ค. ส่วนต่างราคาน้ามันดีเซล (หลังหักค่าขนส่งและค่าพรีเมี่ยมน้ามันดิบ) อยู่ที่ประมาณ 52 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล และเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 130 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ในเดือน เม.ย. 

นอกจากนี้ จากการสอบถามข้อมูลจากโรงกลั่นไทยทั้ง 5 แห่ง ระบุว่ายังไม่มีการตอบสนองต่อนโนบายอย่างเป็นทางการ โดยผู้ประกอบการยังคงย้ำถึงการปฏิบัติตามกฎหมายกลไกตลาด และการรักษามูลค่าให้ผู้ถือหุ้น 

ขณะที่ความกังวลของฝ่ายวิจัย อยู่ที่การอุดหนุนมากเกินไป หากอัตรากำไรถูกกดต่อเนื่อง อาจทำให้โรงกลั่นลดกำลังการผลิต และนำไปสู่ภาวะขาดแคลนน้ำมันในประเทศได้ 

ในทางกลับกัน หากมีการปรับราคาขายปลีกน้ำมันโดยที่โรงกลั่นไม่ปฏิบัติตามนโยบายได้ อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทค้าปลีกน้ำมันอาจต้องรับภาระต้นทุน ซึ่งคล้ายกับภาวะค่าการตลาดถูกกดดันที่เกิดขึ้นในปี 2565 

ดังนั้นคงคำแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” นโยบายดังกล่าวไม่ได้ ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อประมาณการกำไรหรือราคาเป้าหมาย การปรับลดลงของราคาหุ้นหลังการประกาศ ถูกมองว่าเป็นโอกาสในการเข้าซื้อเชิงกลยุทธ์ โดยชอบ TOP เนื่องจากได้รับผลกระทบจากนโยบายน้อยกว่า และมีมูลค่าหุ้นที่ถูกที่สุด โดยซื้อขายด้วย PBV ปี 2569 ที่ 0.53 เท่า เทียบกับ 0.65 เท่าของบริษัทคู่แข่งในกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันของไทย