
ราคาหุ้นในกลุ่มปิโตรเคมี นำโดยยักษ์ใหญ่อย่าง IVL, PTTGC และ SCC กอดคอพุ่งทะยานขึ้นมาอย่างโดดเด่น ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากโรงงานปิโตรเคมีหลายแห่งในภูมิภาคได้รับผลกระทบโดยตรงจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธ ส่งผลให้ต้องประกาศปิดตัวชั่วคราวหรือลดกำลังการผลิตลงอย่างกะทันหัน กลายเป็นแรงส่งสำคัญที่ผลักดันให้ราคาผลิตภัณฑ์ในตลาดโลกดีดตัวสูงขึ้นจากภาวะอุปทานที่หายไป
ในมุมมองของ บล.กสิกรไทย ประเมินว่าหุ้นกลุ่มปิโตรเคมียังมีทิศทางที่สดใสอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยหนุนเรื่องภาวะอุปทานตึงตัว โดยเฉพาะสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซที่ส่อแววยืดเยื้อ ซึ่งจะช่วยพยุงค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ให้อยู่ในระดับสูงต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง จึงแนะนำกลยุทธ์ “Let Profit Run” สำหรับนักลงทุนที่ถือหุ้นกลุ่มนี้อยู่ โดยให้น้ำหนักเชิงบวกเป็นพิเศษต่อ IVL และ PTTGC พร้อมคงคำแนะนำ Outperform ด้วยราคาเป้าหมาย 25.7 บาท และ 35.0 บาท ตามลำดับ ขณะที่หุ้นอย่าง IRPC (Neutral ราคาเป้าหมาย 1.40 บาท) และ SCC (Underperform ราคาเป้าหมาย 177 บาท) ถูกมองว่ามีความน่าสนใจในการลงทุนลดลงเมื่อเปรียบเทียบในบริบทปัจจุบัน
ขณะเดียวกันทาง บล.บัวหลวง ได้ฉายภาพความน่าสนใจของ IVL ในฐานะผู้ประกอบการระดับโลกที่มีฐานการผลิตกระจายตัวอยู่หลายภูมิภาคทั่วโลก ความได้เปรียบด้านเชิงภูมิศาสตร์นี้เองที่ทำให้ IVL มีความเสี่ยงจากผลกระทบของสงครามในระดับที่จำกัดมาก แต่ในทางกลับกัน กลับเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วยจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Spread) ที่ขยับสูงขึ้นตามกลไกตลาดท่ามกลางสภาวะความขัดแย้ง จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยขยับราคาเป้าหมายขึ้นไปแตะที่ 28 บาท เพื่อสะท้อนภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งท่ามกลางวิกฤตครั้งนี้