
ราคาหุ้นของ BGRIM ปิดตลาดภาคเช้าที่ราคา 19.00 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.90 บาท หรือบวกไปถึง 4.97% พร้อมด้วยปริมาณการซื้อขายที่ไหลกลับเข้ามาหนุนอย่างหนาแน่น หลังจากราคาหุ้นเริ่มสร้างฐานได้อย่างมั่นคงในช่วงที่ผ่านมา โดยปัจจัยหลักที่เข้ามาขับเคลื่อนการปรับตัวขึ้นในวันนี้มาจาก 2 ประเด็นสำคัญครับ
1. รับลูกแผน PDP2026 - ปลดล็อกโอกาสโตจาก Data Center & Direct PPA
ตลาดกลับมาเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่ม SPP (โรงไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก) อย่างคึกคัก ขานรับความคืบหน้าของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ (PDP2026) ที่คาดว่าจะประกาศใช้ในช่วงปลายปีนี้
แผนฉบับนี้ถือเป็นผลบวกโดยตรงต่อ BGRIM เนื่องจากบริษัทมีจุดแข็งในระบบ Microgrid ภายในนิคมอุตสาหกรรมด้วยกำลังการผลิตรวมกว่า 3 GW ซึ่งสามารถรองรับเทรนด์ Smart Grid และตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่ม Data Center รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ต้องการกระแสไฟที่มีเสถียรภาพสูงและเป็นพลังงานสะอาดได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ การเปิดโอกาสให้มีการซื้อขายไฟฟ้าตรง (Direct PPA) ในแผนใหม่นี้ ทำให้นักวิเคราะห์จากหลายค่าย (เช่น InnovestX และ บล.บัวหลวง) ต่างมองว่าจะเข้ามาช่วยสร้างอัพไซด์ (Upside) และเปิดโอกาสให้กำไรของ BGRIM เติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญในระยะกลางถึงระยะยาว
2. ต้นทุน Pool Gas ขาลง ช่วยหนุนกำไรฟื้นตัว
อีกหนึ่งปัจจัยหนุนด้านพื้นฐานมาจากแนวโน้มต้นทุนที่ลดลง โดยล่าสุดโบรกเกอร์ได้ปรับสมมติฐานราคา Pool Gas ลงมาอยู่ที่ประมาณ 320 บาทต่อล้านบีทียูในปี 2569 และคาดว่าจะทยอยปรับลดลงต่อเนื่องในปีถัดไป ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบโลกประกอบกับภาวะก๊าซ LNG ล้นตลาดในระยะกลาง
แนวโน้มดังกล่าวส่งผลดีโดยตรงต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP อย่าง BGRIM เพราะเมื่อต้นทุนก๊าซปรับตัวลดลง ในขณะที่ค่า Ft ยังคงช่วยประคองมาร์จิ้น (อัตรากำไร) เอาไว้ได้ จึงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้แนวโน้มกำไรปกติในปีนี้มีทิศทางฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง
นอกจากปัจจัยพื้นฐานแล้ว BGRIM ยังได้รับแรงหนุนเชิงจิตวิทยาจากการคว้า 11 รางวัลยอดเยี่ยมจากเวทีระดับสากล FinanceAsia Awards 2569 ซึ่งช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในแง่ของธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอีกด้วย