Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม (ข้อตกลงอิสลามาบัด “สหรัฐฯ-อิหร่าน” มีบันไดลงแล้ว!)


07 เมษายน 2569

S__17244169_0.jpg

สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ

มีรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศว่า “อิหร่าน-สหรัฐฯ” ได้รับแผนการยุติการสู้รบและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งแล้ว ข้อตกลงนี้ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า “ข้อตกลงอิสลามาบัด” โดยกรอบการยุติการสู้รบดังกล่าวได้ถูกจัดทำขึ้นโดยปากีสถาน และถูกส่งต่อให้แก่อิหร่านและสหรัฐฯ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวได้ระบุแนวทางไว้ 2 ขั้นตอน ได้แก่ การหยุดยิงทันที และตามด้วยข้อตกลงที่ครอบคลุมโดยมีเวลา 15-20 วัน ในการสรุปข้อตกลงที่ครอบคลุมมากขึ้น จะรวมถึงกรอบการทำงานระดับภูมิภาคสำหรับช่องแคบฮอร์มุซ และการเจรจาขั้นสุดท้ายแบบพบปะกันโดยตรงที่กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า..ยังไม่มีท่าทีตอบสนองใดๆ จากเจ้าหน้าที่สหรัฐและอิหร่านในทันทีต่อรายงานข่าวดังกล่าว ขณะที่นายทาฮีร์ อันดราบี โฆษกกระทรวงต่างประเทศปากีสถาน ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเช่นกัน

แต่มีรายงานว่าแหล่งข่าวจากปากีสถาน 2 รายระบุว่า จนถึงขณะนี้อิหร่านยังไม่ได้ให้คำมั่นใดๆ แม้จะมีความพยายามติดต่อทั้งในระดับพลเรือนและทางทหารที่เข้มข้นขึ้น และว่า ข้อเสนอหยุดยิงชั่วคราวที่ได้รับการสนับสนุนจากปากีสถาน จีน และสหรัฐ ยังไม่ได้รับการยืนยันหรือความตกลงจากอิหร่าน

หันมามองที่ตลาดหุ้นไทย..ยังเป็นช่วงของการลุ้นและติดตามกันต่อไป ในด้านกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย แนะนำว่านักลงทุนควรเน้นการ "ตั้งรับในโซนล่าง" สำหรับหุ้นที่ถูกแรงเทขายกระแทกลงมาจนราคาต่ำกว่าพื้นฐานที่ควรจะเป็น โดยประเมินกรอบดัชนีไว้ที่ 1,440 - 1,480 จุด แม้ความตึงเครียดจะพุ่งสูงแต่ทางกสิกรไทยเชื่อว่าอาจมี "เซอร์ไพรส์" ในเชิงบวกเกิดขึ้นได้ หากมีการเจรจาในนาทีสุดท้ายก่อนสิ้นแสงของเส้นตาย 

ดังนั้นช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่กำลังตื่นตระหนกจึงเป็นจังหวะที่น่าสะสมหุ้นอย่าง BH ที่มีความแข็งแกร่งอย่างมากในด้าน Medical Tourism โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าจากตะวันออกกลางที่อาจตัดสินใจย้ายฐานมารักษาพยาบาลในไทยมากขึ้นเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมอย่าง WHA ก็มีความน่าสนใจจากการไหลเข้าของเงินลงทุนทางตรง (FDI) ในกลุ่ม Data Center และยานยนต์ไฟฟ้าที่ยังคงมุ่งหน้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าความผันผวนจากสงครามนั้นเป็นเพียง "Noise" หรือเสียงรบกวนระยะสั้นที่สร้างโอกาสในการเข้าซื้อของถูก

บล.กรุงศรี แนะนำกลยุทธ์ "Selective Buy" หรือการเลือกซื้อรายตัว โดยให้ความสนใจไปที่ THAI (การบินไทย) ที่อยู่ในช่วงฟื้นตัวอย่างโดดเด่นจากปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น รวมถึงหุ้นในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานที่มีกระแสเงินสดมั่นคงและสม่ำเสมออย่าง DIF เพื่อใช้เป็นหลุมหลบภัยหรือที่พักเงินในช่วงที่เมฆหมอกของสงครามกำลังปกคลุมตลาดหุ้นทั่วโลก 

แต่โดยสรุปแล้วมองว่าหากสถานการณ์ไม่บานปลายไปถึงขั้นปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นการถาวร ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสที่จะประคองตัวและรอจังหวะฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งปีหลัง

ส่วนมุมมองของ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ได้มีการประเมินว่าดัชนี SET Index มีโอกาสที่จะแกว่งตัวผันผวนอย่างรุนแรงในกรอบ 1,415 - 1,490 จุด โดยมองว่าหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางลุกลามจนกลายเป็นการปะทะกันด้วยอาวุธเต็มรูปแบบ ดัชนีฯ อาจจะไหลลงไปทดสอบแนวรับสำคัญที่ 1,415 จุดได้ไม่ยากนัก 

อย่างไรก็ตาม ในวิกฤตพลังงานเช่นนี้ หุ้นต้นน้ำอย่าง PTT ถือเป็นเกาะป้องกันความเสี่ยงที่ดี ขณะเดียวกันในฝั่งของการบริโภคภายในประเทศที่อาจได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพ ทางอินโนเวสท์ เอกซ์ แนะนำให้เบนเข็มไปหาหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลอย่าง CHG และกลุ่มค้าปลีกอย่าง CPALL ที่นอกจากจะเป็นสินค้าจำเป็นแล้ว ยังมีแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ "ไทยช่วยไทยพลัส" ของรัฐบาลอนุทิน 2 

บทสรุปจากเจ๊คือพวกเราเหล่านักลงทุนต้องติดตามข้อมูลใกล้ชิดทุกฝีก้าว..วันนี้มีออกได้ทั้งสองหน้า บวก-หรือ-ลบ!!!