ส่องหุ้นร้อน

TRUE ส่องหุ้นร้อน 31 มี.ค. 69


31 มีนาคม 2569

398569.jpg
ราคาหุ้น TRUE ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 14.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือ 2.86% โดยมีแรงหนุนจากมุมมองเชิงบวกของบทวิเคราะห์จาก บล.ไอร่า ที่ประเมินว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 จะออกมาโดดเด่น

ฝ่ายวิจัยคาดว่า TRUE จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 6,308 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58% จากไตรมาสก่อน และโตถึง 286% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในไตรมาส 4/2568 ที่ผ่านมา กำไรถูกกดดันจากรายการพิเศษ เช่น การด้อยค่าสินทรัพย์ Deferred Tax Asset และกำไรพิเศษจากบริษัทร่วม รวมประมาณ 2,100 ล้านบาท แต่หากตัดรายการพิเศษออกไป จะเห็นว่ากำไรยังเติบโตได้ราว 3.4% จากไตรมาสก่อน

ปัจจัยหนุนหลักในไตรมาสนี้มาจากการลดต้นทุนคลื่นความถี่และเสาสัญญาณ ขณะเดียวกัน รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) ของระบบเติมเงิน รวมถึงจำนวนผู้ใช้งานทั้งธุรกิจมือถือและออนไลน์ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากการหายไปของรายได้ลิขสิทธิ์ EPL และคอนเสิร์ตในธุรกิจ Pay TV รวมถึงยอดขายเครื่องที่คาดว่าจะชะลอลง เนื่องจากไม่มีการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่เหมือนช่วงก่อนหน้า

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ โครงการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ที่ให้ซิมแบบรายเดือนราคา 45 บาทต่อเดือน (30GB) แก่นักเรียนรายได้น้อย ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานระบบรายเดือน และหนุนรายได้รวม แม้อาจกดดัน ARPU เฉลี่ยในระยะสั้นก็ตาม

สำหรับแนวโน้มทั้งปี 2569 คาดว่ากำไรของ TRUE จะยังเติบโตต่อเนื่อง จากการรับรู้ประโยชน์เต็มปีของการประหยัดต้นทุนคลื่นความถี่ รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากผลขาดทุนสะสม ขณะที่รายได้ยังมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของ ARPU ธุรกิจมือถือ การเติบโตของลูกค้าบรอดแบนด์ และการขยายธุรกิจ B2B ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 7–8% ของรายได้รวม ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคที่อยู่ราว 15%

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน หลังราคา LNG ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้มีโอกาสที่ กกพ. จะปรับขึ้นค่าไฟในงวดพฤษภาคม–สิงหาคม 2569 จากปัจจุบัน 3.88 บาทต่อหน่วย ไปอยู่ในช่วง 3.95–4.59 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะเริ่มส่งผลกระทบต่อต้นทุนของ TRUE ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป เนื่องจากค่าไฟคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งหมด

ในด้านผลตอบแทนผู้ถือหุ้น คาดว่า TRUE จะจ่ายเงินปันผลปี 2569 ที่ประมาณ 0.47 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 3.3% โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 17.50 บาท อิง EV/EBITDA ที่ 9 เท่า และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”