หวังรัฐบาล “อนุทิน” แก้วิกฤต! น้ำมันแพงซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย เตือนระวังหุ้นหลายกลุ่ม รับแรงกระแทก

วิกฤตน้ำมันแพง! รัฐบาลใหม่คือความหวัง? โบรกฯ คาดเศรษฐกิจไทยน่าจะมีแรงกระตุ้นเข้ามาเพิ่มเติม หลังรัฐบาลชุดใหม่สามารถ จัดตั้งได้อย่างราบรื่น หลังวิกฤตน้ำมันแพงซ้ำเติมภาพของเศรษฐกิจไทย
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า คาดหวังรัฐบาลชุดใหม่ ช่วยบรรเทาผลกระทบวิกฤตน้ำมันแพง การที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงต่อตลาดพลังงานโลก โดยเอเชียเป็น ภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมากที่สุด เนื่องจากเป็นผู้บริโภคน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลางราย ใหญ่ที่สุดของโลก ขณะที่ประเทศขนาดเล็ก อาทิ ไทย, ฟิลิปปินส์, กัมพูชา เป็นต้น หันไปใช้มาตรการฉุกเฉิน ทั้งการจำกัด พลังงาน ลดเวลาทำงานคุมอุปสงค์ แทนการใช้คลังสำรองและงบประมาณรับแรงกระแทก
อย่างไรก็ตามในระยะถัดไปเศรษฐกิจไทยน่าจะมีแรงกระตุ้นเข้ามาเพิ่มเติม หลังรัฐบาลชุดใหม่สามารถ จัดตั้งได้อย่างราบรื่น โดยล่าสุดนายกฯ นำชื่อครม.ชุดใหม่ ทูลเกล้าฯ แล้ว คาดเตรียมแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย. 69 และการประชุม ครม. นัดแรก น่าจะเกิดขึ้นช่วงต้นเดือนถึงกลางเดือน เม.ย. 69
โดยนโยบายที่จะถูกเข็นออกมาเป็นลำดับแรกๆเน้นไปที่ความรวดเร็วและเห็นผลทันตา (QUICK WIN) เพื่อ กู้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ที่คาดว่าจะโตต่ำเพียง 1.8% เท่านั้น อาทิ คนละครึ่ง พลัส (PHASE 2), นโยบาย ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ PLUS, บัญชีออมส่วนบุคคล (TISA) และ BOI FAST PASS (THAILAND PLUS)
ขณะที่ความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่ม Domestic play และกลุ่มท่องเที่ยว มีโอกาสที่จะได้รับ Sentiment เชิงลบในวันนี้ หลังราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศขยับสูงขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ช่วงเช้า มองเช่นเดิมว่าปัจจัยดังกล่าวจะค่อยๆซ้ำเติมภาพของเศรษฐกิจไทยในช่วงถัดไปผ่านกระบวนการ 2nd round effect ทั้งในฝั่งของ Supply side และ Demand side ซึ่งจะทำให้ความเชื่อมั่นของทั้งภาคธุรกิจและภาคการบริโภคลดลงตามลำดับ
ส่วนผลกระทบที่ต้องติดตามต่อไปก็คือผลกระทบทางด้านเงินเฟ้อ ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด โดยถึงแม้ยังคงมั่นใจว่าธปท.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.0% ไปตลอดทั้งปีนี้ แต่ในช่วงแรกที่ความกังวลเงินเฟ้อ (Inflation fears) ยังคงอยู่ในระดับสูงนั้นอาจทำให้ Bond yield ในประเทศมีโอกาสทรงตัวสูงต่อไปได้
โดยมองกลุ่มที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในช่วงถัดไป เนื่องจากอาจเผชิญกับภาวะ Earnings recession ได้แก่ กลุ่มบริการขนส่ง, กลุ่ม Logistics, กลุ่มหุ้นท่องกับการบริโภคในประเทศโดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกท่องกับการบริโภคของกลุ่มคนเปราะบาง, กลุ่มสินค้า และบริการฟุ่มเฟือย, กลุ่มท่องเที่ยวในประเทศ, และกลุ่มไฟแนนซ์/ธนาคาร ที่มีโอกาสเผชิญความเสี่ยงคุณภาพลูกหนี้เพิ่มในช่วงถัดไป
ส่วนทางด้านกลุ่มผู้ให้บริการสถานีน้ำมัน (OR, PTG) นั้น แม้ราคาขายหน้าปั๊มจะปรับสูงขึ้น และแรงกดดันทางด้าน Margin อาจผ่อนคลายลง แต่มองเป็นบวกเพียงเล็กน้อย เนื่องจากสัดส่วนราคาที่สูงขึ้นส่วนใหญ่เป็นการชดเชยเข้าสู่กองทุนน้ำมัน นอกจากนั้น ต้องอย่าลืมว่าราคาที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ อาจส่งผลทำให้ปริมาณการเติมน้ำมันลดลงอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้นได้
ยอดนิยม
CK- STECON มีลุ้นได้เฮ ลุ้นคว้างาน “กรมทางหลวง” หลังเสนอ 3 โครงการใหญ่ วงเงิน 4.1 หมื่นลบ.
หวังรัฐบาล “อนุทิน” แก้วิกฤต! น้ำมันแพงซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย เตือนระวังหุ้นหลายกลุ่ม รับแรงกระแทก
OR ทุ่มงบ 2.2 พันลบ. เข้าลงทุน TPN ดันถือหุ้น 55.41% โบรกฯ ชี้ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์