ฝันร้าย! ค้าปลีก-เครื่องดื่ม ราคาน้ำมันค้าพุ่ง 6 บาท ดีดต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น 2-3%

นักวิเคราะห์มองราคาน้ำมันขายปลีกเพิ่ม 6 บาท หลังเจอวิกฤตตะวันออกกลาง กลุ่มค้าปลีก-เครื่องดื่มอ่วม ต้นทุนขนส่งดีดขึ้น 2-3%
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า OFFO ประกาศเพิ่มราคาน้ำมันขายปลีก 6 บาท วานนี้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (OFFO) มีมติเห็นชอบในการปรับลดอัตราเงินชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน
ดังนั้น ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด ในวันนี้ (26 มี.ค. 2569) จะปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร ซึ่งการปรับราคาครั้งนี้เป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ระดับราคาน้ำมันมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำให้ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง
โดยผลกระทบของราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องแบกรับภาระชดเชยสูงขึ้น โดยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณวันละ 2.6 พันล้านบาท ขณะที่ OFFO ประเมินสถานะ oil fuel fund ล่าสุด (25 มี.ค.2569) ติดลบอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับลดภาระเพื่อให้oil fuel fund มีสภาพคล่องในการรักษาเสถียรภาพราคาในระยะยาว สามารถรองรับความผันผวนด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกได้
ทั้งนี้ มองเป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีกน้ำมัน โดยเชื่อว่าการปรับราคาน้ำมันขายปลีกเพื่อสะท้อนต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นและลดการแทรกแซงกลไกตลาดจะส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีกน้ำมันเนื่องจากทำให้มีแรงกดดันที่ลดลงต่อแนวโน้มค่าการตลาด (marketing margin) ในอนาคต โดยชอบ OR และ PTG
พร้อมกันนี้ มองเป็นลบต่อหุ้นในหลายอุตสาหกรรม เริ่มที่ Ground Transport ได้อานิสงส์จากการเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้า แต่จะมีผลกระทบจากผู้ใช้ทางด่วนและแนวโน้มการเดินทางลดลง รวมถึงการประกาศใช้ Work from home มากขึ้น
กลุ่ม Commerce กลุ่มค้าปลีกได้รับผลกระทบจากต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น (ต้นทุนเฉลี่ย 2-3% ของยอดขาย) เเละคาดยอดขายสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น fashion เเละ hardline ชะลอตัว ตามกำลังซื้อที่หดตัวจากภาวะต้นทุนพลังงาน (CRC, GLOBAL, HMPRO)
ขณะกลุ่มสินค้าจำเป็นอาจปรับจากพฤติกรรม "ซื้อใกล้บ้าน" (CPALL, BJC) เป็น "ซื้อยกแพ็ค" (CPAXT) ในภาพรวมกลุ่มค้าปลีก คาด ticket size ขยายตัวชั่วคราวจากการกักตุนสินค้า เเต่ foot traffic หดตัวจากการประหยัดต้นทุนเดินทาง
กลุ่ม FMCG ได้รับผลกระทบจากต้นทุนค่าขนส่งโดยสัดส่วนต้นทุนอยู่ที่ 2-3% ของ COGS หุ้นที่ได้รับผลกระทบได้แก่ OSP, CBG, NEO และ SAPPE และกลุ่ม Construction Services (Neutral) เนื่องจากมีต้นทุนน้ำมันคิดเป็นราว 1-2% ของ COGS
และ Tourism ได้รับผลกระทบจากการเดินทางท่องเที่ยวที่จะลดลง โดยเรียงลำดับตามสัดส่วนโรงแรมในประเทศจากมากไปน้อย ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT, SHR นอกจากนี้ SJWD จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามบริษัทสามารถส่งผ่านต้นทุนดังกล่าวไปยังลูกค้าได้เป็นส่วนใหญ่
ยอดนิยม
แกะปมน้ำมันขึ้นโหด! รัฐบาลทำประชาชนช็อกกลางดึก ขึ้นรวดเดียว 6 บาท แรงสุดในรอบปี
ฝันร้าย! ค้าปลีก-เครื่องดื่ม ราคาน้ำมันค้าพุ่ง 6 บาท ดีดต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น 2-3%
วิกฤตน้ำมัน! โบรกฯคาด ดีเซลขึ้น 1 บาท ฉุด “จีดีพี” หวั่นเศรษฐกิจไทยส่อแววถดถอย
จับตาค่าไฟรอบหน้า โบรกฯ เชื่อรัฐบาลฝืนตรึงได้ ชู GULF ปลอดภัยสุดในตอนนี้