Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 24-03-2569 (“ทองคำ”จะลงไปถึงไหน?)

สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ
สวัสดีค่ะแฟนคลับที่รักกกกกกก เจ๊จิ๋มกลับมาพร้อมกับหัวใจที่แทบจะวายไปพร้อมๆ กับตัวเลขราคาทองคำบนหน้าจอเทรด…ใครจะไปเชื่อคะว่า เพียงวันเดียวหลังจากที่เจ๊เพิ่งเตือนให้ระวังระดับ 4,500 ดอลลาร์ไปหยก ๆ วันนี้เรากลับต้องมานั่งจ้องตัวเลขที่ร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบหลายเดือนที่ 4,128.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ไม่ใช่แค่ตลาดโลกนะคะ…ฝั่งไทยก็หนักไม่แพ้กัน ร้านทองปรับราคากันทั้งวันถึง 105 ครั้ง จนนักลงทุนตาค้างกันทั้งแถว!
วันที่ 23 มีนาคม เลยกลายเป็นอีกหนึ่งวันที่นักลงทุนทองคำต้องจดจำในฐานะ “วันล้างพอร์ตทอง” ครั้งใหญ่ เพราะรอบนี้มันไม่ใช่แค่การ “พักฐาน” แต่มันคือการ “ไหลลง” แบบเขื่อนแตก หลุดทุกแนวรับลงไปกองแถว 4,100 ดอลลาร์ต้นๆ
คำถามยอดฮิตตอนนี้ก็คือ “นี่คือจุดต่ำสุดหรือยัง?” เจ๊จิ๋มบอกเลยว่า คำถามนี้ไม่มีใครตอบได้แบบชัวร์ แต่เราสามารถเข้าใจ “สาเหตุ” ของการลงแรงครั้งนี้ได้
บทวิเคราะห์จาก Goldman Sachs และ Citigroup มองตรงกันว่า นี่คือภาวะ Perfect Storm หรือพายุลูกใหญ่ที่รวมหลายปัจจัยลบเข้าด้วยกัน
ปัจจัยแรกคือท่าทีของ Federal Reserve (Fed) ที่ไม่ได้แค่คงดอกเบี้ยสูง แต่มีแนวโน้มจะ “สูงนานกว่าที่คิด” เพราะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปี 2026 ยังแข็งแรงเกินคาด
พอเป็นแบบนี้ โอกาสลดดอกเบี้ยก็แทบจะหายไป เพราะเมื่อดอกเบี้ยสูงเงินก็ไหลเข้าดอลลาร์....เมื่อดอลลาร์แข็งราคาทองคำก็โดนกดดัน..ยิ่งไปกว่านั้น Bond Yield ก็พุ่งขึ้น ทำให้ต้นทุนการถือทองคำ (ที่ไม่มีดอกเบี้ย) สูงขึ้นไปอีก แรงขายแบบ Panic Sell เลยเกิดขึ้นเต็มๆ
แต่ยังไม่จบแค่นั้นนะคะ
อีกปัจจัยสำคัญที่ Morgan Stanley ชี้ไว้ และเจ๊จิ๋มเห็นว่าสำคัญมาก คือเรื่องของ “Margin Call”
พอราคาทองหลุด 4,360 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญ มันไป Trigger คำสั่งขายอัตโนมัติของกองทุนที่ใช้ Leverage สูง ทำให้เกิดแรงขายต่อเนื่องแบบลูกโซ่ พูดง่ายๆ คือ “ยิ่งลง…ยิ่งโดนบังคับขาย” และนั่นแหละค่ะที่ทำให้ราคาทรุดเร็วขนาดนี้
ในขณะเดียวกัน ปัจจัยที่เคยหนุนทองอย่างสงคราม ก็เริ่ม “แผ่วลงชั่วคราว” เพราะมีข่าวลือเรื่องการหยุดยิงในตะวันออกกลาง พอความเสี่ยงลดลง ราคาทองที่เคยถูกดันขึ้นไปแรงๆ ก็เลยลงมาเร็วเหมือนกัน
เจ๊จิ๋มอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าในวันที่กราฟแดงเถือกแบบนี้ สิ่งที่ไม่ควรทำคือ “วิ่งตามอารมณ์ตลาด” แต่ควรกลับมาดู “พื้นฐาน” ให้มากขึ้น
ถ้าไปดูฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะ People's Bank of China (PBOC) และอินเดีย จะเห็นว่าความต้องการทองคำยังอยู่
แต่เขาไม่ได้รีบซื้อ…เขากำลัง “รอของถูก” โดยเฉพาะโซนต่ำกว่า 4,200 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม เจ๊จิ๋มขอเตือนแรงๆ ว่า อย่าเพิ่งกระโดดเข้าไปซื้อแบบหมดหน้าตัก
ถึงแม้ราคาจะเด้งกลับขึ้นไปแถว 4,500 ดอลลาร์ได้ในบางจังหวะ แต่ในเชิงเทคนิค กราฟที่ “เสียทรง” แบบนี้ มักต้องใช้เวลาในการสร้างฐานใหม่ หรือที่เรียกว่า Base Building ซึ่งอาจกินเวลาพอสมควร และมีโอกาสลงไปทดสอบ 4,000 ดอลลาร์ได้อีก
เจ๊จิ๋มพูดเสมอว่า “ไม่มีสินทรัพย์ไหนเป็นหลุมหลบภัยได้ตลอดกาล ถ้าปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยน”
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การเดาราคา แต่คือ “การบริหารความเสี่ยง” สำหรับใครที่ยังเชื่อในทองคำระยะยาว เจ๊จิ๋มยังยืนยันเหมือนเดิมว่า ทองคำยังเป็นจิ๊กซอว์สำคัญของพอร์ต แต่ต้อง “รอจังหวะ” และ “ทยอยสะสม” อย่างมีวินัย อย่าไล่ราคาเหมือนนักพนัน...ให้ลงทุนเหมือนนักวางแผน และอย่าลืมดู “ค่าเงินบาท” ด้วย เพราะบาทอ่อนอาจช่วยพยุงราคาทองในไทย ไม่ให้ลงแรงเท่าทองโลก
สุดท้ายนี้…สู้ๆ นะคะทุกคน เจ๊จิ๋มเป็นกำลังใจให้เสมอ จำไว้ว่า “ในวิกฤต…มักมีโอกาสซ่อนอยู่” แต่โอกาสนั้นจะเป็นของคนที่ “ใจนิ่ง” พอเท่านั้นเจ้าค่ะ