รายงานพิเศษ : NAM เร่งพัฒนาเครื่องมือเชื่อม AI ตอบโจทย์การรักษาโรคยุคใหม่ ปั้นแบรนด์เครื่องมือแพทย์ไทยสู่ตลาดโลก

บมจ.นำวิวัฒน์ เมดิคอล คอร์ปอเรชั่น (NAM) เร่งพัฒนาเครื่องมือแพทย์ที่เชื่อมต่อข้อมูลกับระบบโรงพยาบาล เตรียมใช้ AI และ Digital Health เพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ก้าวสู่ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ไทยบนเวทีโลก
ธุรกิจการแพทย์ครบวงจร
“วิโรจน์ ชัยเทิดเกียรติ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NAM เปิดเผยว่า บริษัทฯ เริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ จนถึงปัจจุบันได้ขยายธุรกิจออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. กลุ่มเครื่องมือทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออุปกรณ์การแพทย์ 2.เครื่องมือตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ 3. เครื่องมือผ่าตัดขั้นสูง รวมถึงเทคโนโลยี Robotic Surgery 4. ระบบกำจัดขยะติดเชื้อทางการแพทย์ และ 5. ธุรกิจบริการด้านการแพทย์สำหรับโรงพยาบาล เพื่อให้บริการทางการแพทย์ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นตั้งแต่การป้องกันโรค การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงบริการหลังการรักษาในโรงพยาบาล
กลุ่มวินิจฉัยการแพทย์ดาวรุ่ง รายได้โตเร็ว
หนึ่งในธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างโดดเด่นคือ กลุ่มเครื่องมือตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ ซึ่งบริษัทฯ ได้ขยายผ่านการลงทุนในบริษัทอินโนเวทีฟ อิมเมจจิ้ง ซิสเต็มส์ จำกัด ทั้งนี้ด้วยมูลค่าเครื่องมือแพทย์ประเภท CT Scan และ MRI ที่มีราคาสูง ทำให้ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของกลุ่มนี้เติบโตขึ้นมาใกล้เคียงกับธุรกิจเครื่องฆ่าเชื้อซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิมของบริษัทฯ โดยในระยะต่อไปมีเป้าหมายที่จะพัฒนาเทคโนโลยีเป็นของตนเอง เพื่อก้าวจากการเป็นผู้จัดจำหน่ายไปสู่การเป็นผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ขั้นสูงในระดับภูมิภาค
เร่งปูพรมต่างประเทศ ปักธงอินโดนีเซีย–มาเลเซีย–ยุโรป
การขยายตลาดต่างประเทศถือเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัทฯ โดยเลือกใช้โมเดลการลงทุนที่แตกต่างกันตามบริบทของแต่ละประเทศ ทั้งการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย การตั้งบริษัทย่อย และการร่วมทุนกับพันธมิตรในประเทศนั้นๆ ปัจจุบันบริษัทฯ ได้ขยายการดำเนินงานไปยังหลายประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย โดย บริษัทฯ เข้าไปร่วมลงทุนกับพันธมิตรในอินโดนีเซีย เพื่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องมือแพทย์ เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นตลาดใหญ่มีประชากรมากที่สุดในอาเซียน อัตราการเติบโตของโรงพยาบาลสูง และมีนโยบายสนับสนุนสาธารณสุขและสนับสนุนการจัดซื้อสินค้า Made in Indonesia
ประเทศมาเลเซีย โดยบริษัทฯ จัดตั้งบริษัทลูก เป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ เพื่อเป็นฐานการขายในประเทศมาเลเซีย ส่วนประเทศอิตาลี บริษัทฯ จัดตั้งบริษัทลูก เพื่อเป็นช่องทางขยายตลาดในยุโรป
แม้ปัจจุบันรายได้จากต่างประเทศยังอยู่ที่ประมาณ 5% ของรายได้รวม แต่คาดว่าสัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า
AI - Digital Health คือ กลุ่ม High Value
ทิศทางของอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ในปัจจุบันกำลังมุ่งไปสู่การใช้ AI และ Digital Health เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา บริษัทฯ จึงเร่งพัฒนาเครื่องมือแพทย์ที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบโรงพยาบาล รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์แบบอัตโนมัติ ซึ่งมองว่าเทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในระบบวินิจฉัยโรค การอ่านภาพทางรังสี และการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าสูง และมีโอกาสที่จะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานที่ดีให้กับบริษัทฯ ได้ในอนาคต
“หุ่นยนต์ผสมยาเคมีบำบัด” ตอบโจทย์การรักษามะเร็ง
บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรการประดิษฐ์ เครื่องเตรียมยาฉีดและยาเคมีบำบัดอัตโนมัติด้วยหุ่นยนต์ (AYA) กับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อการผลิตและจัดจำหน่ายในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งหุ่นยนต์ดังกล่าวใช้เทคโนโลยี AI ในการคำนวณและผสมยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เนื่องจากการรักษามะเร็งต้องใช้สูตรยาที่แตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละคน และยารักษามะเร็งมีความอันตรายสูง การใช้หุ่นยนต์ช่วยผสมยาจึงช่วยลดความเสี่ยงต่อเภสัชกร และเพิ่มความแม่นยำของการรักษา โดยโครงการดังกล่าวคาดว่าจะเริ่มเห็นผลในช่วงไตรมาส 2–3/2569 และคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ในปี 2569 ประมาณ 150-200 ล้านบาท
ก้าวสู่ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ไทยบนเวทีโลก
ผู้บริหาร NAM มองว่าอุตสาหกรรมการแพทย์เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว จากปัจจัยด้านสังคมผู้สูงอายุ การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการเติบโตแบบระยะยาว ผ่านการพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การผลิต ไปจนถึงการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพของอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทย และผลักดันให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ในอนาคต