Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 23-03-2569 (อีกล่ะ! ทองหลุด 4,500 ดอลลาร์..เอาไงดี???)


23 มีนาคม 2569

Gossip Station อีกล่ะ! 1-1_0.jpg

สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ

ราคาทองคำที่ไหลลงแรงจนหลุดระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สะท้อนอารมณ์ของนักค้าทองและนักลงทุนรายย่อยทั่วโลกได้เป็นอย่างดีว่า ในห้วงเวลานี้ “ไม่มีอะไรแน่นอน” และสิ่งที่หลายคนเริ่มรู้สึกเหมือนกันก็คือ เงินสดอาจเป็นคำตอบที่สบายใจกว่าในระยะสั้น...

แต่ในโลกความจริง...ไม่มีสินทรัพย์ใดที่จะขึ้นได้ตลอดไป และก็ไม่มีการปรับลงครั้งไหนที่เกิดขึ้นแบบไร้เหตุผล

เจ๊จิ๋มอยากให้มองภาพนี้โดยไม่ต้องตื่นตระหนกมากนัก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นสอดคล้องกับบทวิเคราะห์ของสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง J.P. Morgan และ Goldman Sachs ที่ส่งสัญญาณมาระยะหนึ่งแล้วว่า “ทองคำร้อนแรงเกินไป” และมีโอกาสพักฐานแรง หากปัจจัยมหภาคเริ่มเปลี่ยนทิศ

ส่วนหนึ่งของแรงกดดันก็มาจากสัญญาณในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ที่บ่งชี้ว่าทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอล ต่างต้องการลดระดับความตึงเครียดของสงครามที่ยืดเยื้อและยากจะคาดเดาจุดจบ ส่งผลให้แรงเก็งกำไรที่สะสมมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเคยผลักดันราคาทองคำขึ้นไปแตะระดับ 5,500 ดอลลาร์ เริ่มเข้าสู่ภาวะชะลอตัว และกลายเป็นคำถามว่าปัจจัยใดจะสามารถพาราคากลับไปสู่จุดสูงสุดเดิมได้อีกครั้ง

อีกปัจจัยสำคัญมาจากท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ส่งสัญญาณคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนาน และมีโอกาสลดดอกเบี้ยได้อย่างจำกัดในปี 2026 ส่งผลให้เงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่า และดึงดูดเม็ดเงินให้ไหลกลับเข้าสู่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยและมีความเสี่ยงต่ำกว่า

ตรงกันข้ามกับทองคำที่ไม่มีดอกเบี้ย และผลตอบแทนขึ้นอยู่กับส่วนต่างราคาเพียงอย่างเดียว ซึ่งเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เมื่อดอกเบี้ยสูง…เงินก็ไหลเข้าดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์แข็ง…ทองคำก็ย่อมถูกกดดัน

อย่างไรก็ตาม เจ๊จิ๋มยังคงมองว่า “การปรับลงครั้งนี้ ไม่ใช่จุดจบของขาขึ้น” เพราะในเชิงเทคนิค ระดับ 4,500 ดอลลาร์ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขเชิงจิตวิทยาเท่านั้น แต่ยังเป็นโซนสำคัญของโครงสร้างราคาในภาพใหญ่ ซึ่งทองคำยังคงยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว และยังไม่เสียแนวโน้มหลัก

พูดให้ชัดก็คือ ระดับ 4,500 ดอลลาร์ คือ “การพัก” มากกว่า “การพัง”

เจ๊จิ๋มมองว่าการปรับฐานครั้งนี้มีลักษณะของการ “ล้างพอร์ตนักเก็งกำไร” โดยเฉพาะกลุ่มกองทุนที่สะสมทองคำมาตั้งแต่ระดับ 3,000 ดอลลาร์ เมื่อราคาปรับตัวขึ้นแรง การขายทำกำไรก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าความผันผวนระยะสั้น คือแรงซื้อในระยะยาวที่ยังคงอยู่ โดยเฉพาะธีมระดับโลกอย่างการลดการพึ่งพาดอลลาร์ หรือ De-dollarization ที่ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ธนาคารกลางในเอเชียอย่างจีนและอินเดียยังคงเดินหน้าสะสมทองคำอย่างสม่ำเสมอ

นี่ไม่ใช่แค่การเล่นรอบ แต่เป็น “การเปลี่ยนโครงสร้างของระบบการเงินโลก”

ด้วยเหตุนี้ เจ๊จิ๋มจึงยังมองว่าทองคำมีที่ยืนในพอร์ตระยะยาว โดยเฉพาะในโลกที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังสูง และความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจแบบ Stagflation ยังไม่หมดไป

คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า…ควร “เข้าซื้อเลยหรือไม่?”

เจ๊จิ๋มขอตอบแบบตรงไปตรงมาว่า “ซื้อได้ แต่ไม่ควรซื้อแบบหมดหน้าตัก” เพราะกลยุทธ์ที่เหมาะสมในจังหวะนี้คือการทยอยสะสม หรือ DCA เนื่องจากราคายังมีโอกาสแกว่งตัวลงไปทดสอบแนวรับลึกลงได้ เช่น 4,360 หรือ 4,200 ดอลลาร์

การเข้าไม้แรกบริเวณ 4,500 ดอลลาร์ ถือว่าไม่แพงหากมองระยะยาว แต่หากหวังผลระยะสั้น บอกได้คำเดียวว่า “ความเสี่ยงยังสูง”

สำหรับนักลงทุนไทย ยังต้องจับตาอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ “ค่าเงินบาท” เพราะในบางช่วง แม้ราคาทองโลกจะปรับตัวลง แต่ราคาทองในประเทศอาจไม่ลดลงตาม หากดอลลาร์ยังแข็งค่าและเงินบาทยังอ่อน

เจ๊จิ๋มจึงย้ำว่า การลงทุนทองคำต้องดู “สองตัวแปร” ควบคู่กันเสมอ

ท้ายที่สุดแล้ว การที่ราคาทองคำหลุด 4,500 ดอลลาร์ในครั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากบทวิเคราะห์ในหลายสำนัก ไม่ได้เป็นสัญญาณของหายนะ แต่เป็นบททดสอบของวินัยในการลงทุนมากกว่า

เพราะคนที่อยู่รอดในตลาด ไม่ใช่คนที่ซื้อได้ถูกที่สุด...แต่คือคนที่สามารถอยู่กับความผันผวนได้ดีที่สุด!

เจ๊จิ๋มบอกได้คำเดียวว่าสำหรับทองคำแล้ว “ความอดทน” ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดเสมอเจ้าค่ะ