รายงานพิเศษ : PREB ธุรกิจโตท่ามกลางศก.ผันผวน Backlog แน่น–คุมต้นทุนเข้ม พยุงมาร์จิ้น อสังหาฯฟื้นค่อยเป็นค่อยไป หนุนรายได้เพิ่ม

แม้เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน แต่บมจ.พรีบิลท์ (PREB) ยังเดินหน้าสร้างการเติบโตจากจุดแข็งงานในมือและวินัยด้านต้นทุน ขณะที่ธุรกิจอสังหาฯ เริ่มกลับมาสนับสนุนรายได้อีกครั้ง ตั้งเป้าปี 69 รายได้โตกว่า 10%
บมจ.พรีบิลท์ หรือ PREB วางเป้าหมายการเติบโตในปี 2569 อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อน ภายใต้กลยุทธ์บริหารงานอย่างระมัดระวัง ควบคู่การรักษาความสามารถในการทำกำไร “วิโรจน์ เจริญตรา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PREB ระบุ แรงขับเคลื่อนหลักยังคงมาจาก “ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง” ซึ่งเป็นแกนหลักของบริษัท โดยคาดว่ารายได้จะเติบโตประมาณ 10% จากปี 2568 จากปริมาณงานในมือ ที่มีอยู่ราว 8,600 ล้านบาท
Backlog ดังกล่าวช่วยสร้าง “Visibility ของรายได้” ในระยะ 1–2 ปีข้างหน้า ขณะที่อัตรากำไรมีแนวโน้มทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน จากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการคัดเลือกโครงการที่มีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านมาร์จิ้นในภาวะต้นทุนผันผวน
ในส่วนของ “ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์” เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยบริษัทคาดว่ายอดโอนในปี 2569 จะเพิ่มขึ้นประมาณ 15% จากปีก่อน หลังจากผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 4/2568 ปรับตัวดีขึ้น ซี่งโครงการหลักที่พร้อมโอนในปีนี้ ได้แก่ โครงการ Pimnara ธรรมศาสตร์-รังสิต, Pre Village ธรรมศาสตร์-รังสิต, Pimnara ปิ่นเกล้า-กาญจนา และ Pannana ทวีวัฒนา ซึ่งจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อรายได้และกระแสเงินสดของบริษัท
นอกจากนี้ PREB ยังมี Backlog จากการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ที่รอการจำหน่ายและโอนอีกหลายโครงการ โดยคาดว่าจะสามารถรับรู้ยอดโอนรวมในปี 2569 ได้ประมาณ 900 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะรับรู้กำไรตามสัดส่วนการลงทุน
ขณะเดียวกัน “ธุรกิจผลิตและจำหน่ายแผ่นพื้นสำเร็จรูป (Precast)” ยังคงมีแนวโน้มเติบโต โดยคาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากปี 2568 จากงานในมือที่มี แม้ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและการตัดสินใจลงทุนของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์
ซึ่งในภาพรวม PREB มีโครงสร้างธุรกิจที่กระจายตัวใน 3 แกนหลัก ได้แก่ รับเหมาก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ และพรีคาสต์ ซึ่งช่วยลดความผันผวนของรายได้ และสร้างความสมดุลในการเติบโต ภายใต้ฐานงานในมือที่แข็งแกร่ง วินัยในการควบคุมต้นทุน และสัญญาณฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ ทำให้บริษัทมีศักยภาพในการเติบโตอย่าง “มั่นคงและต่อเนื่อง” แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังมีความไม่แน่นอน
ดังนั้น PREB จึงมีความได้เปรียบจากการมีทั้ง “รายได้ที่มองเห็นได้ล่วงหน้า (Visibility)” และ “โอกาสการเติบโตเพิ่มเติม (Upside)” จากธุรกิจอสังหาฯ และพรีคาสต์ ซึ่งจะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อผลการดำเนินงานในอนาคต