Talk of The Town

เตือนรับมือราคาน้ำมันพุ่ง สถานการณ์ตอนนี้ “เลวร้ายที่สุด” โบรกฯ คาดอาจแตะ 130 เหรียญ


16 มีนาคม 2569

เตือนรับมือราคาน้ำมันพุ่ง_S2T (เว็บ)_0.jpg

ตะวันออกกลางยังเดือดแรง! นักวิเคราะห์คาดสถานการณ์ในปัจจุบันสอดคล้องฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด เชื่อว่าราคาน้ำมันดิบจะเฉลี่ยอยู่ในช่วง 95-130 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ชู PTTEP จะได้ประโยชน์มากที่สุด จากราคาขายเฉลี่ยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากประเด็น เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา วันที่ 13 มี.ค.2569 ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (US) ได้ประกาศว่ากองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command) ได้ปฏิบัติภารกิจโจมตีด้วยระเบิดที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ตะวันออกกลาง และทำลายเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์ก (Kharg) 

นอกจากนี้ ยังได้ขู่ที่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันเพิ่มเติมหากอิหร่านยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ต่อไป ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี US ได้เรียกร้องให้ประเทศที่ได้รับผลกระทบ (เช่น จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และอังกฤษ) จากการปิด Strait of Hormuz ช่วยส่งเรือรบมาคุ้มกันเรือที่ผ่าน Strait of Hormuz

ทั้งนี้ประธานาธิบดี US ขู่ที่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะ Kharg หากอิหร่านยังคงปิด Strait of Hormuz ต่อไป ในขณะที่ อิหร่านได้ประกาศว่าหากโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะ Kharg ถูกโจมตี อิหร่านจะดำเนินการทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและพลังงานที่เป็นของบริษัทซึ่งมีความร่วมมือกับ US ในทันที

สำหรับท่าเรือ Kharg ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งอิหร่าน 26 กิโลเมตร หรือประมาณ 483 กิโลเมตร ทางตะวันตกเฉียงเหนือของช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ในน่านน้ำที่ลึกพอที่จะรองรับเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถเข้าใกล้น่านน้ำชายฝั่งตื้นของแผ่นดินใหญ่ได้ โดยประมาณ 90% ของปริมาณการส่งออกน้ำมันทั้งหมดของอิหร่าน นับจากต้นปีถึงปัจจุบัน ที่ 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน (mbd) ขนส่งผ่านท่าเรือ Kharg (น้ำมันส่วนใหญ่ส่งไปยังจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก) 

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Kpler (บริษัทด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการไหลเวียนของสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก) แสดงให้เห็นว่าคลังน้ำมัน Kharg มีความจุในการจัดเก็บประมาณ 30 ล้านบาร์เรล (mmbbl) และมีน้ำมันดิบอยู่ประมาณ 18 mmbbl ณ ต้นเดือน มี.ค 2569

โดยจากอุปทานที่เป็นไปได้ที่ลดลง โดยเชื่อว่าราคาน้ำมันดิบจะยังคงผันผวนอยู่ในระดับสูงในระยะสั้นจากการที่การขนส่งไม่สามารถผ่าน Strait of Hormuz ได้ 

ทั้งนี้ วันศุกร์ที่ผ่านมาราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent ปิดบวก 2.7% เป็น 103.1 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล สูงที่สุดตั้งแต่เดือน ก.ค. 2565 ทั้งนี้ มองว่าสถานการณ์ในปัจจุบันสอดคล้องฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด (worst-case scenario) ที่มองก่อนหน้านี้ คือ เป็นสงครามที่ยืดเยื้อและลามไปยังประเทศอื่นในตะวันออกกลาง รวมถึง มีการปิด Strait of Hormuz ซึ่ง scenario นี้เชื่อว่าราคาน้ำมันดิบจะเฉลี่ยอยู่ในช่วง 95-130 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ทั้งนี้ในเบื้องต้น ยังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดูไบเฉลี่ยปี 2569 ที่ 67 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล

ดังนั้นยังคงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” สำหรับกลุ่มพลังงานและ PTTEP จะได้ประโยชน์จากข่าวนี้มากที่สุด จากราคาขายเฉลี่ย (blended ASP) ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ทั้งนี้ แม้คำแนะนำระยะยาว คือ PTTEP (แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 120.00 บาท) แต่มองเห็นโอกาสใน trading ระยะสั้น โดยได้ทำวิเคราะห์ความอ่อนไหว (sensitivity analysis) ต่อราคาน้ำมัน ซึ่งประเมินว่า ทุกๆ ราคาน้ำมันดิบระยะยาวที่เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล จะทำให้ราคาเป้าหมายของ PTTEP สูงขึ้น 1 บาท (vice versa)