Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 16-03-2569 (ปั๊มไม่มีน้ำมันขาย..หุ้นไทยใครได้-ใครเสีย!)


16 มีนาคม 2569

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 16-03-2569 (ปั๊มไม่มีน้ำมันขาย..หุ้นไทยใครได้-ใครเสีย!)

Gossip Station ปั๊มไม่มีน้ำมันขาย 1-1_0.jpg

16-03-2569 สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ

เมื่อวานสายๆ เจ๊ขับไปเติมน้ำมันที่ปั๊ม..จะเติมดีเซลปั๊มสีเขียวอ่อนพนักงานบอกว่าน้ำมันหมด!!! ขับต่อไปอีกระยะแวะเติมที่ปั๊มสีน้ำเงิน-พนักงานบอกน้ำมันหมด!!! อ่าวววววฉิหายล่ะ!!! เด๋วตอนเย็นลองใหม่!! พอตอนเย็นขับรถออกไปชานเมือง แวะปั๊มสีน้ำเงิน-คำตอบเดียวกันเป๊ะ!!! น้ำมันหมด!!! ไรวะเนี่ย!!! มีรถแต่ไม่มีน้ำมัน ..ก้อไปไหนไม่ได้นะคะคุน!!!

โยงมาที่ตลาดหุ้น..คำถามสำคัญที่เริ่มดังขึ้นในหมู่นักลงทุนก็คือ หากเกิดสถานการณ์ที่ปั๊มน้ำมันเริ่มจำกัดปริมาณการเติม หรือแม้กระทั่งวันหนึ่งไม่มีน้ำมันให้เติมจริง ๆ ตลาดหุ้นไทยจะเปลี่ยนโฉมไปอย่างไร และหุ้นกลุ่มไหนจะกลายเป็นดาวรุ่งของยุคใหม่

ในเรื่องนี้ เจ๊จิ๋ม ได้ไปเปิดบทวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ชั้นนำหลายแห่ง ทั้ง บล.กสิกรไทย บล.กรุงศรี และ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ซึ่งพบว่ามีมุมมองค่อนข้างสอดคล้องกันว่า การเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นอาจถือเป็น การปฏิรูปโครงสร้างธุรกิจพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี
 
บทวิเคราะห์ของ บล.กสิกรไทย มองว่า หัวใจสำคัญของธุรกิจสถานีบริการในอนาคตไม่ได้อยู่ที่น้ำมันอีกต่อไป แต่จะอยู่ที่ “พื้นที่” และ “พฤติกรรมผู้บริโภค” มากกว่า
 
แนวคิดนี้ทำให้บริษัทอย่าง OR และ PTG มีโอกาสเปลี่ยนบทบาทจากผู้ขายพลังงานฟอสซิล หรือการขายน้ำมันเชื้อเพลิง ไปสู่การเป็น Lifestyle Hub หรือศูนย์กลางการใช้ชีวิตของชุมชน
 
ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ ธุรกิจ Non-Oil เช่น ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ หรือบริการต่าง ๆ ภายในสถานีบริการ จะกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญมากขึ้น เพราะธุรกิจเหล่านี้มี อัตรากำไรสูงกว่าการขายน้ำมันหลายเท่า
 
ในอีกมุมหนึ่ง บล.กรุงศรี มองว่า ผู้เล่นสำคัญของโลกพลังงานยุคใหม่จะไม่ใช่โรงกลั่นน้ำมันอีกต่อไป แต่จะเป็น บริษัทพลังงานไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้าน EV
 
หุ้นอย่าง GULF, GPSC และ EA ถูกมองว่าเป็นผู้เล่นที่มีศักยภาพในการพัฒนา EV Charging Station และระบบบริหารจัดการพลังงาน
 
ในวันที่น้ำมันเริ่มลดบทบาทลง ไฟฟ้าจะกลายเป็นพลังงานหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสถานีบริการน้ำมันในปัจจุบันก็อาจถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นสถานีชาร์จพลังงานไฟฟ้าในอนาคต
 
ขณะเดียวกัน ธุรกิจติดตั้งและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าก็มีแนวโน้มได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย เพราะประเทศไทยจำเป็นต้องปรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานครั้งใหญ่ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมากในอนาคต
 
แน่นอนว่า เมื่อมีผู้ชนะ ก็ย่อมมีผู้ที่ต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักเช่นกัน
 
บทวิเคราะห์ของ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ชี้ว่า กลุ่มที่ต้องเผชิญความท้าทายโดยตรงคือ กลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน เช่น TOP, SPRC และ BCP (ในส่วนธุรกิจโรงกลั่น)
 
หากความต้องการใช้น้ำมันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะน้ำมันเบนซินและดีเซลสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล รายได้หลักและค่าการกลั่นก็มีโอกาสเผชิญแรงกดดันในระยะยาว
 
แม้ว่าน้ำมันเครื่องบินหรือเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จะยังคงมีความต้องการอยู่ แต่ตลาดรถยนต์ส่วนบุคคลถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญอย่างมาก หากบริษัทเหล่านี้ไม่เร่งปรับตัวไปสู่ ปิโตรเคมีขั้นสูงหรือพลังงานทางเลือกใหม่ ความสามารถในการทำกำไรอาจค่อย ๆ ลดลงในระยะยาว
 
ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์แบบดั้งเดิมก็อาจได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปภายใน หากไม่สามารถปรับตัวไปผลิตชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์ EV หรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ได้ โบรกเกอร์มองว่ามีความเสี่ยงที่จะถูก Disrupt จนหายไปจากตลาด
 
ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่าง DELTA, KCE และ HANA กลับถูกมองว่าเป็นผู้ได้ประโยชน์ เพราะรถยนต์ไฟฟ้าหนึ่งคันต้องใช้ ชิปและระบบอิเล็กทรอนิกส์มากกว่ารถยนต์ใช้น้ำมันหลายเท่าตัว
 
หากย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ที่ผ่านมา จะพบว่าโลกเคยเผชิญสถานการณ์ที่การเดินทางถูกจำกัด และกิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักมาแล้วในช่วงการระบาดของโควิด-19 ซึ่งสุดท้ายแล้วสังคมก็สามารถปรับตัวและผ่านพ้นช่วงเวลานั้นมาได้
 
ดังนั้น เจ๊จิ๋ม จึงอยากฝากไว้ว่า อย่าเพิ่งวิตกกังวลมากจนเกินไป สิ่งสำคัญในเวลานี้คือการมีสติและวางแผนการดำเนินชีวิตให้ดี เพราะหากเรารู้จักปรับตัวและเตรียมตัวให้พร้อม
 
เรื่องที่ดูเหมือนใหญ่โตในวันนี้ สุดท้ายแล้วก็อาจเป็นเพียงอีกหนึ่งบททดสอบที่เราสามารถผ่านไปได้ไม่ยากนักเจ้าค่ะ
PTG