ส่องหุ้นร้อน

BANPU ส่องหุ้นร้อน 13 มี.ค. 69


13 มีนาคม 2569


281085.jpg

ราคาหุ้น BANPU ปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 6.30 บาทในการเปิดตลาดภาคเช้า หลังจาก บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ปรับคำแนะนำหุ้นของ บมจ.บ้านปู จากเดิมระดับ “Trading” ขึ้นเป็น “ซื้อ” โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเด็นการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีสัดส่วนการขนส่งราว 20–25% ของทั้งโลก ขณะเดียวกันการหยุดส่งออก LNG ของกาตาร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก หลังถูกโจมตี ได้สร้างแรงกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงานในเอเชียที่พึ่งพาก๊าซจากกาตาร์สูงถึงประมาณ 80% ส่งผลให้ภาวะตลาดพลังงานเกิดความตึงตัวอย่างมีนัยสำคัญ

ภาวะดังกล่าวทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Switching Demand” หรือการที่หลายประเทศหันไปใช้ถ่านหินทดแทนก๊าซธรรมชาติที่มีราคาสูงขึ้นและเริ่มขาดแคลน ส่งผลให้ราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคอื่นปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ในมุมของหยวนต้า BANPU ถือเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับประโยชน์ทางอ้อม เนื่องจากบริษัทมีพอร์ตการลงทุนทั้งธุรกิจถ่านหินและก๊าซธรรมชาติกระจายอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก จึงสามารถรับอานิสงส์จากราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ ขณะที่การดำเนินงานด้านการผลิตไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงคราม เนื่องจากแหล่งผลิตหลักของบริษัทตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย จีน และมองโกเลีย จากปัจจัยดังกล่าว นักวิเคราะห์ได้ปรับสมมติฐานราคาถ่านหิน Newcastle ในปีนี้ขึ้นเป็น 120 ดอลลาร์ต่อตัน พร้อมกับปรับประมาณการราคาก๊าซธรรมชาติ Henry Hub ในสหรัฐฯ เพิ่มเป็น 3.9 ดอลลาร์ต่อ MMBTU ส่งผลให้คาดการณ์กำไรสุทธิของ BANPU ในปี 2569 เพิ่มขึ้นถึง 65% มาอยู่ที่ประมาณ 6,500 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในเชิงความอ่อนไหวของกำไร พบว่า ทุก ๆ การปรับเพิ่มขึ้นของราคาถ่านหิน 1 ดอลลาร์ต่อตัน จะส่งผลบวกต่อกำไรของบริษัทประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ 10 เซนต์ จะช่วยหนุนกำไรเพิ่มขึ้นราว 400 ล้านบาทต่อปี.