Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 12-03-2569 (PSL เจ้าของเรือ “มยุรี นารี”)
Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 12-03-2569 (PSL เจ้าของเรือ “มยุรี นารี”)
สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ
*******ทันทีที่เรือบรรทุกสินค้าประเภท “เทกอง” ซึ่งติดธงประเทศไทย ชื่อ “มยุรี นารี” (Mayuree Naree) ถูกยิงโจมตี ในเวลาใกล้เคียงกับเรืออีกลำที่ชักธงไลบีเรียอีกหนึ่งลำชื่อ “Express Rome” ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ชื่อของ บริษัท พรีเชียส ชิปปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่อง “มยุรี นารี” ถูกพูดถึงขึ้นมาทันที
ว่าแต่ PSL เป็นใครและทำธุรกิจใด วันนี้เจ๊จิ๋มจะพาแฟนคลับของเจ๊มาทำความรู้จักไปด้วยกัน...
บริษัท พรีเชียส ชิปปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL เป็นบริษัทเดินเรือที่ดำเนินธุรกิจขนส่ง สินค้าแห้งเทกอง (Dry Bulk) เช่น ถ่านหิน เหล็ก ซีเมนต์ และสินค้าเกษตร โดยใช้เรือขนาด Handysize และ Supramax เป็นหลัก ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถเข้าท่าเรือขนาดเล็กได้ทั่วโลก
นั่นทำให้ PSL ถูกจัดเป็นบริษัทแบบ Pure Play ของธุรกิจเรือเทกอง อย่างแท้จริง กล่าวคือ รายได้และกำไรของบริษัทจะผันผวนตาม ค่าระวางเรือโลก (Freight Rate) โดยตรง ทั้งนี้ในปัจจุบัน PSL มีกองเรือประมาณ 40 ลำ และกำลังทยอยปรับปรุงกองเรือให้ทันสมัยขึ้นเพื่อรองรับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ หรือ IMO
ส่วนในเรื่องของธุรกิจ...หากมองจากตัวเลขผลประกอบการ ปี 2568 ถือเป็นปีที่ท้าทายของ PSL อย่างชัดเจนจากกำไรสุทธิประมาณ 413 ล้านบาท ลดลงถึง 72% จากปีก่อนหน้า ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 5,335 ล้านบาท ลดลงราว 15% Fโดยสาเหตุหลักมาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งค่าระวางเรือที่อ่อนตัวในช่วงครึ่งปีแรก ค่าเงินบาทที่แข็งค่า และการนำเรือเข้าซ่อมบำรุงตามรอบ หรือ Dry-docking มากถึง 22 ลำ
แต่ขณะเดียวกัน...จุดที่น่าสนใจคือ ใน ไตรมาส 4 ปี 2568 ผลประกอบการกลับพลิกฟื้นอย่างชัดเจน โดย PSL ทำกำไรได้ประมาณ 344 ล้านบาท หรือคิดเป็นกว่า 80% ของกำไรทั้งปี ในขณะที่ค่าระวางเรือเฉลี่ย (TCE) ปรับขึ้นมาที่ประมาณ 14,301 ดอลลาร์ต่อวัน สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งปีที่อยู่ราว 11,900 ดอลลาร์ต่อวัน
ภาพนี้ทำให้นักวิเคราะห์หลายสำนักเริ่มมองว่า PSL อาจผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
ในมุมมองของนักวิเคราะห์ หลายโบรกเกอร์เริ่มกลับมาให้มุมมองเชิงบวกต่อ PSL โดย บล.ฟินันเซีย ไซรัส (FSSIA) ให้คำแนะนำ Outperform พร้อมราคาเป้าหมายประมาณ 7.80 บาท โดยมองว่าบริษัทได้ผ่านช่วงที่กองเรือเข้าซ่อมจำนวนมากไปแล้ว ทำให้ความสามารถในการทำกำไรจะกลับมาอยู่ในระดับปกติ
ขณะที่ บล.ดาโอ (DAOL) ให้คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายประมาณ 7.50 บาท โดยมองว่าความต้องการขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น เหล็กและสินค้าเกษตร กำลังฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก ส่วน บล.กสิกรไทย มีมุมมองระมัดระวังมากกว่า โดยให้คำแนะนำ Neutral พร้อมราคาเป้าหมายในช่วง 7.20–7.50 บาท แม้กำไรไตรมาสล่าสุดจะฟื้นตัว แต่ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้บางส่วน
อย่างไรก็ตาม จุดร่วมที่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันคือ PSL อยู่ในช่วง “ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดของวัฏจักร”
ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง : ดาบสองคมของธุรกิจเดินเรือ เพราะเหตุการณ์โจมตีเรือในตะวันออกกลาง รวมถึงกรณีเรือที่เกี่ยวข้องกับ PSL กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมาก
แม้ PSL จะระบุว่ามีประกันภัยสงคราม...แต่ในมุมของความเสี่ยง แน่นอนว่าเส้นทางเดินเรือผ่าน ทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ มีต้นทุนประกันภัยที่สูงขึ้น และเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม...ในอีกมุมหนึ่ง นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยมองว่าสถานการณ์นี้กลับกลายเป็นปัจจัยบวกต่อค่าระวางเรือ เพราะเรือจำนวนมากต้อง เปลี่ยนเส้นทางไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮป ซึ่งทำให้ระยะทางเดินเรือยาวขึ้น ขณะเดียวกันการที่ PSL เริ่มใช้กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงไปสู่ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมัน (Tanker) ซึ่งถือเป็นการลดการพึ่งพิงรายได้จากเรือเทกองเพียงอย่างเดียว อาจทำให้ PSL มีโครงสร้างรายได้ที่ยืดหยุ่นมากขึ้นในอนาคต
จากข้อมูลล่าสุดที่เจ๊จิ๋มไล่ดูบทวิเคราะห์หลายสำนัก ดูเหมือนว่านักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยกำลังมองว่า PSL กำลังเริ่มเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวของรอบใหม่
อย่างไรก็ตาม...เหตุการณ์โจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ แม้จะเป็นข่าวที่สร้างความกังวลในระยะสั้น แต่ในมุมของอุตสาหกรรมเดินเรือแล้ว บางครั้งความปั่นป่วนของโลกก็อาจกลายเป็นตัวแปรที่ทำให้ธุรกิจเดินเรือกลับมาคึกคักอีกครั้งก็เป็นได้
ใครจะรู้..ไม่แน่ว่า PSL อาจกลับมาได้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้ในอนาคตก็เป็นได้เช่นเดียวกันเจ้าค่ะ!