อึ้ง! ทองรูปพรรณแทบขายไม่ออก ย้อน 3-4 ปี ยอดขายตก 20% ต่อปี ร้านทองรูปพรรณ-ช่างทองกำลังถูกกลืน
Mr.Data

ตลาดทองคำไทยเผชิญความผันผวนครั้งประวัติศาสตร์ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2564-2568) โดยราคาทะยานขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์โลก ทว่าล่าสุดเมื่อเข้าสู่ต้นปี 2569 กลับเกิดประเด็นร้อนที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นผู้บริโภค เมื่อ "ส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย" พุ่งสูงผิดปกติ จนนำไปสู่การตรวจสอบครั้งใหญ่จาก สคบ.
ย้อนรอย 5 ปี จากสินทรัพย์ทางเลือกสู่ "หลุมหลบภัย" หลัก
ข้อมูลจากสภาทองคำโลก (WGC) ชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมการซื้อทองคำของคนไทยเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยปริมาณความต้องการทองคำรวม (เครื่องประดับและการลงทุน) มีทิศทางดังนี้
ปี 2564-2565 ตลาดค่อยๆ ฟื้นตัวจากวิกฤติโควิด-19 ความต้องการขยับจาก 37.0 ตัน สู่ 38.4 ตัน ท่ามกลางการเริ่มขยับตัวของอัตราเงินเฟ้อโลก
ปี 2566 พลิกโฉมด้วยระบบ "ออมทองออนไลน์" ส่งผลให้ปริมาณความต้องการพุ่งสู่ 43.2 ตัน (เพิ่มขึ้น 13%) นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงตลาดได้ง่ายขึ้น
ปี 2568 (ปีแห่งสถิติ) ถือเป็น "Golden Year" ของไทย โดยมีความต้องการพุ่งสูงถึง 63.0 ตัน สูงสุดในรอบ 12 ปี มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ราคาทองแท่งจะพุ่งจากต้นปีที่ 42,500 บาท ไปแตะระดับสูงสุดที่ 67,400 บาท (เพิ่มขึ้นกว่า 70% ในปีเดียว)
วิกฤติต้นปี 69 เมื่อ "ส่วนต่าง 2,000 บาท" ทำพิษ
ความร้อนแรงของราคาทองคำดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปี 2569 ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์เป้าหมายที่ 90,000 บาท โดยตั้งแต่ต้นปี-5 มี.ค.2569 ราคาทองแท่งต่ำสุดที่ 64,550 บาท และขึ้นไปทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) ที่ 81,950 บาท หลังเกิดมหาสงคราม "อิหร่าน-อิสราเอล"
แต่ทว่าเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 วงการทองคำต้องสั่นสะเทือนเมื่อร้านทองรายใหญ่บางแห่งประกาศราคาที่มีส่วนต่าง (Spread) สูงถึง 2,000 บาท
ราคาขายออก 79,800 บาท ราคารับซื้อคืน 77,800 บาท (เทียบกับภาวะปกติที่ส่วนต่างควรอยู่ที่เพียง 100-200 บาท)
สคบ. สั่งฟัน! ลงพื้นที่ตรวจสอบด่วน
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ร่วมกับกรมการค้าภายใน นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบ "ห้างทองรายใหญ่" ที่เป็นประเด็น เพื่อหาข้อเท็จจริงว่ามีการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภคในช่วงตลาดผันผวนหรือไม่
นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. ระบุว่าได้ออกหนังสือเชิญผู้ประกอบการมาชี้แจงด่วน หากพบความผิดฐานกักตุนสินค้าหรือตั้งราคาไม่เป็นธรรม มีโทษหนักทั้งจำและปรับ โดยเน้นย้ำว่าร้านทองต้องยึดถือมาตรฐานราคาที่เป็นธรรมตามที่สมาคมค้าทองคำกำหนด
สมาคมค้าทองร่อนหนังสือเตือน
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า สมาคมฯได้ทำหนังสือถึงห้างทองรายใหญ่ ให้ชี้แจงมายังสมาคมถึงสาเหตุการประกาศราคารับซื้อคืน ซึ่งมีส่วนต่างสูงถึง 2,000 บาท ไม่เป็นไปตามประกาศของสมาคม
ร้านทองตู้แดง-ช่างทองกำลังจะหายไป
"ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ราคาทองปรับตัวขึ้นแรง ส่งผลให้ยอดขายทองรูปพรรณปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เฉลี่ย 20% ต่อปี เนื่องจากราคาสูง คนไม่กล้าซื้อใส่ เพราะกลัวอันตราย ส่งผลกระทบช่างทอง และร้านทองตู้แดงรายเล็ก ที่บางคนถูกเลิกจ้าง หรือร้านทองหลายร้านต้องปิดกิจการลง เพราะต้นทุนสูงขึ้น บวกกับราคาทองที่ผันผวน ทำให้บริการต้นทุนยาก"
สถานการณ์ยอดขายทองรูปพรรณในปีนี้ คงไม่ต่างจากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ร้านทองส่วนใหญ่แทบขายทองรูปพรรณไม่ได้ คนส่วนใหญ่ซื้อทองแท่งเพื่อลงทุน หรือเก็งกำไร เนื่องจากไม่มีต้นทุนค่าแรง
ทองขาขึ้น ปีนี้ได้เห็นแน่บาทละ 9 หมื่น
นายกสมาคมค้าทองคำ มองว่า แนวโน้มราคาทองคำในปีนี้คาดว่ายังอยู่ในช่วงขาขึ้น เนื่องจากสถานการณ์สงครามในอิหร่าน-อิสราเอลน่าจะยืดเยื้อ ไม่จบง่าย ขณะเดียวกันนโยบายประธานเฟดคนใหม่ อาจทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่า ซึ่งส่งผลดีกับราคาทอง อย่างไรก็ตาม ราคาทองไทยอาจไม่ขึ้นแรงเหมือนตลาดโลก เพราะเงินบาทกลับมาแข็งค่า
"ปีนี้เราคงได้เห็นราคาทองแท่งไปแตะ 90,000 บาท หรืออยู่ที่ประมาณ 6,000 ดอลลาร์ แต่ถ้าจะไปถึง 1 แสนบาท ปีนี้น่าจะยังไม่ถึง เพราะมีตัวแปรของค่าเงินบาทที่แข็งค่า"
ทองกำลังสร้างฐานใหม่
นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการบริหาร MTS Gold แม่ทองสุก มองแนวโน้มราคาทองในระยะยาวยังคงเป็น "ขาขึ้น" แต่ปัจจุบันอยู่ในช่วงสร้างฐานใหม่ที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์ หากไม่หลุดระดับนี้ภายใน 3 วัน คาดว่าจะเคลื่อนตัวแบบ Sideway Up (ปรับขึ้นสลับพักตัว)
เปิดปัจจัยเสี่ยงทองคำ
ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม อัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ เป็นปัจจัยที่สำคัญกว่าสงคราม ทองคำจะกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยมาก หากสงครามทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงและเกิดเงินเฟ้อรุนแรง อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ไม่ลดดอกเบี้ยหรือกลับมาขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ
ค่าเงินดอลลาร์ หากดอลลาร์แข็งค่าขึ้น (Safe Heaven ในรูปแบบเงินตรา) จะกดดันให้มีการเทขายทองคำ และ Margin Call การประกาศเพิ่มเงินวางหลักประกัน (Margin) ของ CME อาจทำให้เกิดแรงเทขายทองคำในตลาดล่วงหน้า
กลยุทธ์การลงทุน
สำหรับนักเก็งกำไร แนะนำให้ซื้อในช่วงย่อตัวเพื่อเล่นรอบเด้งกลับ (เป้าหมาย 5,200 - 5,300 ดอลลาร์) แต่ต้องระมัดระวังและลดการใช้ Leverage หรือ Margin ลงเนื่องจากความผันผวนสูง
สำหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว แนะนำให้ถือครอง "ทองคำแท่ง" เพราะไม่ใช่สินทรัพย์ Leverage และเป็น Safe Heaven ที่ดีกว่าในระยะยาว แนะนำให้ทยอยสะสมเมื่อราคาย่อตัว และขายทำกำไรบางส่วนเมื่อราคาดีดตัวขึ้น
จุดซื้อที่น่าสนใจ (ทองไทย): แนะนำรอเข้าซื้อที่บริเวณ 76,800 - 76,000 บาท
ได้เห็นแน่ทองบาทละ 1 แสน
ประธานกรรมการบริหาร MTS Gold แม่ทองสุก กล่าวอีกว่า ราคาเป้าหมายปี 2569 เป้าหมายทองคำแท่งในประเทศอยู่ที่ประมาณ 90,000 บาท โดยคาดการณ์ราคาทองโลกที่ประมาณ 6,400 เหรียญต่อออนซ์ เป้าหมายถัดไป ปี 2570 มีโอกาสเห็นราคา 100,000 บาท ภายในปีหน้า (ปี 2570) หากปัจจัยด้านดอกเบี้ยและการอ่อนค่าของดอลลาร์เอื้ออำนวย