Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 05-03-2569 (ในวิกฤติ..มีโอกาสเสมอ)
Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 05-03-2569 (ในวิกฤติ..มีโอกาสเสมอ)

สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ
เมื่อวาน SET INDEX อาการหนักมาก!!!ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ต้องนำมาตรการ Circuit Breaker หรือ CI ออกมาใช้!!! (ระดับ 1 เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี) เพื่อหยุดการซื้อขายหุ้นชั่วคราว เพื่อระงับความแพนิค และเป็นการให้เวลาผู้เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบข้อมูลก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายจนควบคุมไม่ได้
สุดท้ายปิดตลาดดัชนีหลักทรัพย์สามารถเด้งขึ้นมาได้และกลับมายืนที่ 1,384.61 จุด ลดลง 81.90 จุด (-5.58%) มูลค่าซื้อขาย 159,372.02 ล้านบาท
จากการติดตามข้อมูลของเจ๊และสอบถามจากบรรดากูรูในวงการหุ้นไทย..มีหลายมุมมอง แต่มีสิ่งหนึ่งที่เจ๊อยากบอกคือ“ในวิกฤติ..มีโอกาสเสมอ” สงครามเกิดขึ้นแล้ว..เป็นเรื่องจริง!!! แต่ในท้ายที่สุดก้อจะจบลง..แต่ก้อไม่รู้นะว่าจะจบเมื่อไหร่??? แต่ที่แน่ๆ ประสบการณ์ที่ผ่านมาคือ เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ความมั่นใจเริ่มกลับมา..เมื่อนั้นตลาดหุ้นจะเริ่มกลับมา
สงครามตะวันออกกลางบานปลาย อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นช่องทางขนส่งหลักขนส่งน้ำมันโลก (20% ของปริมาณขนส่ง) แต่ฝั่งของสหรัฐฯ ออกมาประกาศคุ้มครองและรับประกันความปลอดภัยเรือเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ, ฝั่งของซาอุฯ เริ่มแผนส่งออกน้ำมันผ่านช่องทางอื่น มีการวิเคราะห์ว่าภาวะ Risk-off เงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงสู่สินทรัพย์ปลอดภัยชะลอลง US Bond Yield 10 ปีเร่งขึ้นก่อนบวกแคบลงเหลือ +7 bps เป็นภาพลักษณะเดียวกับ US Dollar Index แข็งค่าแรง..ดังนั้นเมื่อประมวลภาพรวม เมื่อวานนี้จากที่ SET INDEX ลงลึกมากไปแล้ว จึงเป็นไปได้ว่าจะมีโอกาสค่อยๆ เริ่มตั้งฐานฟื้นตัวได้ในเร็ววันนี้
เจ๊หาข้อมูลถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น คือ เริ่มจากกระทบราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และ เศรษฐกิจทั่วโลก หุ้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรงนำลงกดดัชนี คือ กลุ่มท่องเที่ยว (AOT, THAI, MINT, CENTEL), ความกังวลภาวะสงครามกระทบการเดินทางท่องเที่ยว โรงไฟฟ้า (GPSC, BGRIM , GULF) กังวลปิดช่องแคบฮอร์มุซกระทบการขนส่งก๊าซ LNG โดยราว 20% ของโลกขนส่งผ่านช่องทางดังกล่าวการพุ่งขึ้นของราคา LNG จะกระทบต้นทุนโรงไฟฟ้า SPP โดยทุกๆ 1$/MMBtu หรือ 7 บาทของราคา pool gas จะกดก าไร BGRIM ในปีนี้ประมาณ 3.9% ตามด้วย GPSC -3.4% และ WHAUP -1.4% ส่วน GULF
กลุ่มอิเล็กฯ (DELTA) คาดตลาดกังวลวงจรดอกเบี้ยผ่อนคลายในระดับต่ำกว่าเดิม กลุ่มโรงพยาบาล (BDMS, BH) กังวลเพราะลูกค้าตะวันออกกลางสูง และกลุ่มปิโตรฯ (PTTGC, IVL) กังวลแรงกดดันน้ำมันต่อ Spreadผลิตภัณฑ์ ส่วน Sector ปรับขึ้นประคองดัชนี คือ กลุ่มน้ำมัน(PTTEP) อิงราคาน้ำมันดิบดีดตัวแรง 7-10% และกลุ่มเดินเรือ (PSL, TTA, RCL) เก็งอุปสรรคการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หนุนค่าระวางเรือระยะถัดไป
แต่..แต่..แต่..อาจมี Upside ใหม่จากการสลับตะวันออกกลางเข้ามาเร่งลงทุน Data Centerในไทยที่ปลอดภัยกว่า
อีกประเด็นที่น่าสนใจ..ติดเอาไว้เป็นความรู้ปลายนวมนะคะ ..ไม่รู้ว่าแฟนคลับรู้สึกเหมือนเจ๊รึป่าว 2-3 วันที่ผ่านมาอากาศร้อนมากเป็นพิเศษ ทั้งๆ ที่ยังไม่เข้าเดือนเมษายนเลย!!! รายงายช่าวจากกรมอุตุนิยมวิทยาเปิดเผยว่าไทยเริ่มเข้าสู่หน้าร้อนอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาฯนี้ Key Highlight คือ “อากาศปีนี้ร้อนกว่าปีก่อนอุณหภูมิสูงสุดคาดแตะ 42–43 องศาและร้อนนาน“ ปัจจัยหนุนคือ การเปลี่ยนผ่านสภาวะ "ลานีญาอ่อน" ความเย็นสิ้นสุดลงเข้าสู่ "สภาวะเป็นกลาง(Neutral)"ความชื้นลดลงและความร้อนเข้าปกคลุมพื้นที่เร็วขึ้นผสานปริมาณฝนรวมเฉลี่ยในช่วงหน้าร้อนปีนี้จะต่ำกว่าค่าปกติถึง 30-40% ทำให้อากาศปีนี้มีแนวโน้มร้อนขึ้นจากปีก่อนอย่างมีนัยฯ
ดังนั้น “อากาศร้อน” จะเป็นแรงขับเคลื่อนหุ้นธีม “Summer Play” ให้เริ่มต้นอีกครั้ง เพราะ
1.) ประชาชนต้องการการบริโภคเครื่องดื่ม (Beverage) เร่งขึ้น
2.) ประชาชนจะมีความต้องการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งพัดลม, แอร์ เพื่อบรรเทาผลกระทบอากาศร้อน
3.) การทำงานก่อสร้าง หน้าร้อนเป็นช่วงนาทีทอง ในการก่อสร้าง การทาสี และการส่งมอบงานได้มากกว่าช่วงหน้าฝน
4.) การท่องเที่ยวทะเลที่เป็นจุดเด่นของไทยมักคึกคัก เนื่องจาก Seasonality ที่ดีที่สุดของทะเลไทย
ข้อมูลจากกูรู ระุว่าอิงจากผลการศึกษาผลตอบแทนย้อนหลัง 9 ปี (ไม่รวมปีที่เผชิญ Covid ที่ผลตอบแทนรายกลุ่มกระทบความเสี่ยงตลาด) ช่วงเวลาที่ดีสุดในการลงทุน คือ การลงทุนในช่วงเข้าสู่ฤดูร้อนและขายทำกำไรหลังจากนั้น 1เดือน โดยช่วงปัจจุบัน คือควรเริ่มสะสมหุ้นช่วงสัปดาห์สุดท้ายของกุมภาฯ และขายทำกำไรช่วงปลาย มีนาคม ถึงช่วงต้น เดือนเมษายน
หุ้นที่มัก Outperform ช่วงธีม Summer play คือ ICHI ความน่าจะเป็นที่ให้ผลตอบแทน(Prob) เป็นบวกมากที่สุด77.8%ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.9%) รองลงมาคือ SAPPE (Prob 66.7% Average Return +3.75% ถัดมาคือ CENTEL(Prob 66.%, Average Return+3.53%), MINT(Prob 55.5% Average Return +2.0%
กลยุทธ์การลงทุน กูรูแนะนำลงทุนที่ปัจจัยพื้นฐานเด่น ประกอบกับสถิติในอดีต มีความน่าจะเป็นให้ผลตอบแทนเป็นบวกในช่วงหน้าร้อน
Best picks: เน้น ICHI (หน้าร้อนต่อยอดด้วยมาตรการคนละครึ่งพลัส)
SAPPE (หน้าร้อนผสานแรงส่งแรงกดดันภาษีการค้าผ่านจุด Peak)
CENTEL (มีแผนขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งธุรกิจโรงแรม+ร้านอาหาร)