Talk of The Town

BYD รุกหนัก! เข้าซื้อบล.คิงส์ฟอร์ด ใช้เงินมูลค่ากว่า 374.56 ล้านบาท


02 มีนาคม 2569

BYD รุกหนัก!_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

BYD ประกาศดีลใหญ่ เข้าซื้อหุ้นสามัญเดิมของบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) ทั้งหุ้นสามัญเดิม และหุ้นเพิ่มทุน รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นประมาณ 374.56 ล้านบาท ด้วยเงินสดซึ่งมาจากกระแสเงินสดในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ เข้าทำรายการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่บริษัท คิงส์ฟอร์ด โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (KFH) ซึ่งมิใช่นิติบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ในรูปของเงินให้กู้ยืม จำนวน 30 ล้านบาท โดยมีหุ้นสามัญ KFS เป็นหลักประกันในสัดส่วน 90% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของ KFS มีอัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี ชำระคืนเมื่อทวงถาม

โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติในหลักการให้บริษัทฯ เข้าทำรายการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่บริษัท หลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) (KFS) ซึ่งมิใช่นิติบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ในรูปของเงินให้กู้ยืมด้อยสิทธิ ซึ่งเป็นเงินให้กู้ยืมที่ผู้ให้กู้มีสิทธิได้รับชำระหนี้คืนในลำดับถัดจากเจ้าหนี้สามัญทั่วไปแต่ก่อนผู้ถือหุ้น โดยมีกรอบวงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท มีอัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี ชำระคืนเมื่อทวงถาม

ทั้งนี้มี KFH ค้ำประกันเงินกู้ยืมทั้งจำนวน พร้อมทั้งนำหุ้นสามัญ KFS เป็นหลักประกันในสัดส่วน 90% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของ KFS และ ทั้งนี้ เงินให้กู้ยืมดังกล่าวจะ ถูกเก็บไว้ในบัญชี Escrow Account ซึ่งมีอำนาจการเบิกถอนโดยตัวแทนของบริษัทฯ เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการรักษาระดับ เงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NC) และอัตราส่วนเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NCR) ให้มีเสถียรภาพ อันจะเพิ่มความเชื่อมั่น ให้แก่ทุกฝ่ายและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจร่วมกันกับบริษัทฯ ต่อไป 

ขณะที่ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติการเข้า ทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์โดยการซื้อหุ้นสามัญเดิมของบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) (KFS) จากบริษัท คิงส์ฟอร์ด โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (KFH) และการได้มาซึ่งหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกใหม่ของ KFS โดยรายละเอียด กระบวนการเข้าลงทุนจะแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน ดังนี้

บริษัทฯ จะเข้าซื้อหุ้นสามัญเดิมของ KFS จำนวน 850.50 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 90% ของจำนวน หุ้นที่ออกและชำระแล้วของ KFS ในราคาหุ้นละ 0.04404 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 37.46 ล้านบาท จาก KFH ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ KFS ในสัดส่วน 99.9992 % ซึ่งการเข้าทำธุรกรรมดังกล่าวจะทำให้ KFS มี สถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ (“ธุรกรรมการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญ KFS”)

ทั้งนี้ KFS เป็นผู้ประกอบ ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทั้งการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้ค้าหลักทรัพย์ การให้บริการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ รวมถึงธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน การให้บริการ ซื้อขายตราสารหนี้ และการเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ภายหลังการเข้าซื้อหุ้นสามัญเดิมของ KFS ข้างต้น ทำให้บริษัทฯ ได้รับหุ้นสามัญจาก KFH ในสัดส่วน 90% ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วของ KFS และจะส่งผลให้เงินให้กู้ยืมด้อยสิทธิที่บริษัทฯให้กู้แก่ KFS จำนวนไม่เกิน 100 ล้านบาท ไม่มีหลักประกัน แต่ยังมี KFH ค้ำประกันเงินกู้ยืมทั้งจำนวน

ภายหลังบริษัทฯ เข้าทำธุรกรรมการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญ KFS ดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลให้ KFS เป็นบริษัทย่อย ของบริษัทฯ แล้วนั้น บริษัทฯ จะดำเนินการลงทุนเพิ่มเติมโดยการเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกใหม่ของ KFS โดย KFS จะออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering : RO) ในอัตราส่วน 1 หุ้นเดิม ต่อ 9 หุ้นใหม่ โดยบริษัทฯ จะเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกใหม่ตามสัดส่วนการถือหุ้นในสัดส่วน 90% โดยจะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 7,654.50 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.04404 บาทต่อหุ้น คิดเป็น มูลค่าประมาณ 337.10 ล้านบาท (“การลงทุนเพิ่มเติมในหุ้นสามัญเพิ่มทุน”)  ทั้งนี้ บริษัทฯ จะได้รับชำระคืนเงินให้กู้จาก KFH จำนวน 30 ล้านบาท และเงินให้กู้ยืมด้อยสิทธิจาก KFS จำนวนไม่เกิน 100 ล้านบาท ภายหลังจากการลงทุนเพิ่มเติมในหุ้นสามัญเพิ่มทุนใน KFS ข้างต้น 

ดังนั้นบริษัทฯ จะชำระค่าตอบแทนสำหรับการทำธุรกรรมดังกล่าว รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นประมาณ 374.56 ล้านบาท ด้วยเงินสดซึ่งมาจากกระแสเงินสดในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบให้นำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติการ ปรับโครงสร้างภายในกลุ่มบริษัทฯ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจและปรับโครงสร้างเกี่ยวกับการประกอบกิจการอื่นของบริษัทฯ อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความชัดเจน และความคล่องตัวในการบริหารจัดการ รวมถึงการบริหารความเสี่ยงในการดำเนิน ธุรกิจ โดยบริษัทฯ จะดำเนินการโอนสินทรัพย์ในหน่วยธุรกิจที่ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ในรูปแบบการโอนกิจการบางส่วน (Partial Business Transfer: PBT) ให้แก่ KFS (“ธุรกรรม PBT”)

BYD