Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 02-03-2569 (อนาคต“ทองคำ-หุ้นพลังงาน”ในวันที่ตะวันออกกลางเดือด!)


02 มีนาคม 2569

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 02-03-2569 (อนาคต“ทองคำ-หุ้นพลังงาน”ในวันที่ตะวันออกกลางเดือด!)

อนาคต_Gossip เจ๊จิ๋ม (เว็บ)_0.jpg

02-03-2569 สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ

จากบ่ายวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ตามเวลาประเทศไทย กองกำลังอิสราเอลและสหรัฐ ได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ในกรุงเตหะรานและเมืองสำคัญของอิหร่าน จนกระทั่งช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม ก็ยืนยันชัดเจนว่า “อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้เสียชีวิตลงจากการโจมตีภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังเริ่มปฏิบัติการ

ว่ากันตามตรงสำหรับเจ๊จิ๋ม แม้จะคาดการณ์ไว้บ้างว่าอาจมีการโจมตีเกิดขึ้น แต่เจ๊ก็ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นหลังจบการเจรจารอบที่ 3 เพียงไม่กี่ชั่วโมง และยังตั้งหลักไม่ทันเลยค่ะว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่านจะเสียชีวิตรวดเร็วขนาดนี้ 

ไม่ใช่แค่เจ๊ที่ตั้งตัวไม่ติด ตลาดทองคำและน้ำมันก็ช็อก!ไปตามๆ กัน เพราะใครก็รู้ว่าสินทรัพย์สองชนิดนี้อ่อนไหวต่อสงครามมากที่สุด

ฝั่ง "ทองคำ" ราคาขยับขึ้นทันทีที่ข่าวการโจมตีแพร่สะพัด ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งไปแตะระดับเกือบ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ในเวลาต่อมาจะย่อตัวลงมาอยู่ที่ 5,200–5,300 ดอลลาร์ เนื่องจากตลาดเริ่มคาดการณ์ว่าสงครามครั้งนี้อาจจบลงเร็วกว่าที่คิด แต่นักวิเคราะห์จาก “ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส” ประเมินว่าความตึงเครียดระดับนี้ทำให้นักลงทุนทั่วโลกแห่เทขายสินทรัพย์เสี่ยง แล้ววิ่งเข้าหาทองคำในฐานะที่พักเงินทันที 

ส่งผลให้ราคาทอง Spot โลกกระโดดมายืนเหนือ 5,200 ดอลลาร์ ขณะที่ทองคำในประเทศพุ่งแรงจนราคาขายออกทองรูปพรรณอาจขึ้นไปแตะ 82,000 บาท อีกครั้งอย่างรวดเร็ว จนหลายร้านต้องหยุดรับคำสั่งซื้อขายออนไลน์ชั่วคราวเพราะความผันผวนสูงเกินรับไหว

ด้าน “อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด” มองไปในทิศทางเดียวกันว่า ทองคำได้เข้าสู่โซน All-time High รอบใหม่แล้ว โดยมีแรงหนุนหลักจากสงคราม ผสมโรงกับปัจจัยพื้นฐานอย่างภาระหนี้สหรัฐฯ และการสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก กลยุทธ์ที่แนะนำคือ “ถือต่อ” เพื่อรอความชัดเจน เพราะธีมความเสี่ยงโลกยังไม่จบง่ายๆ โดยมีแนวต้านสำคัญอยู่ที่บริเวณ 5,337–5,400 ดอลลาร์ ซึ่งพร้อมจะถูกทดสอบได้ทุกเมื่อหากมีข่าวลบไหลเข้ามาต่อเนื่อง

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง "น้ำมัน" ก็ร้อนแรงไม่แพ้กันค่ะ นักวิเคราะห์จาก บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ มองว่าสถานการณ์นี้ฉุดให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI พุ่งขึ้นทันที 7–10% เพราะตลาดกังวลเรื่องอุปทานชะงักงันหากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหัวใจของการขนส่งพลังงานโลก หากเส้นทางนี้ถูกกระทบ ราคาน้ำมันอาจบวกเพิ่มได้อีก 10–25% ไม่ยากเลย และถ้าราคาทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อไหร่ ต้นทุนพลังงานทั่วโลกจะดีดตัวขึ้นทันที ทั้งค่าไฟ ค่าขนส่ง และราคาสินค้าอุปโภคบริโภค กลายเป็นแรงกดดันเงินเฟ้อรอบใหม่ในจังหวะที่เศรษฐกิจโลกยังเปราะบาง นี่แหละคือสิ่งที่เรียกว่า Domino Effect ของจริง

ประเด็นที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือท่าทีตอบโต้ของอิหร่านหลังสูญเสียผู้นำสูงสุดว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไร!!!

หากสถานการณ์บานปลายไปถึงการปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญ ราคาน้ำมันดิบจะขยับแรงกว่านี้ ส่วนราคาทองคำอาจทะลุ 5,400 ดอลลาร์ได้ง่ายๆ เพราะทองคำจะทำหน้าที่เป็น “หลุมหลบภัย” ทันทีที่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์พุ่งสูงขึ้น ในขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นอาจกลายเป็นที่พักเงินชั่วคราวเพราะได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่วนกลุ่มที่อ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงานต้องระวังแรงขายให้ดีค่ะ

สำหรับตลาดหุ้นไทย โบรกเกอร์ประเมินว่าความตึงเครียดนี้อาจกดดันดัชนี SET ให้ปรับตัวลงได้ราว 50 จุด ในระยะสั้น เนื่องจากนักลงทุนจะเลือกทางลดความเสี่ยงก่อน .......แต่ในวิกฤตก็ย่อมมีโอกาสเสมอท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา 

เอาเป็นว่าเรื่องการโจมตีอิหร่านครั้งนี้ไม่ใช่แค่ข่าวสงคราม แต่มันคือจุดเปลี่ยนของบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก ทองคำและน้ำมันกำลังทำหน้าที่เป็นดัชนีวัดความร้อนแรงได้ดีที่สุด ยิ่งราคาวิ่งแรงเท่าไร ก็สะท้อนว่าความกลัวในตลาดยังไม่คลายลง

ถึงตอนนี้ เจ๊จิ๋มมองว่าสิ่งสำคัญไม่ใช่การตื่นตระหนก แต่คือการจัดพอร์ตให้มี “เกราะป้องกัน” ไว้บ้าง การมีทองคำในสัดส่วนที่เหมาะสม การเลือกหุ้นที่ได้ประโยชน์จากพลังงาน และการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดคือเครื่องมือเอาตัวรอดในวันที่โลกปกคลุมด้วยควันแห่งความขัดแย้ง 

อย่าไปคิดมาก แค่ตั้งหลักให้ทัน...เรื่องมันก็มีเท่านี้เองเจ้าค่ะ