TU งบปี 68 กำไรวูบ 7.5% หลังเจอพิษค่าเงิน-ภาษีสหรัฐฯ ตั้งเป้าปี 69 ยอดขายเติบโต 3-4%
%202569_0.jpg)
TU แจงปี 68 มีกำไรสุทธิ 4.60 พันล้านบาท ลดลง 7.5% เหตุค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ – ยอดขายลด 4.1% เหลือ 1.32 แสนล้านบาท เจอผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนฉุด
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าปี 2568 บริษัทมียอดขายอยู่ที่ 132,719 ล้านบาท ลดลง 4.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากผลกระทบเชิงลบของอัตราแลกเปลี่ยน 3.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้ของบริษัทหดตัว และมีกำไรสุทธิ 4.60 พันล้านบาท ลดลง 7.5%
แต่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 18.9% โดยมีสาเหตุหลักจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง และธุรกิจอาหารสัตว์ อีกทั้งปริมาณขายยังคงเติบโตแข็งแกร่ง โดยเพิ่มขึ้น 2.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.1% จากปีก่อน มีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และค่าใช้จ่าย transformation costs ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 11.8% จากปีก่อน จากการปรับตัวดีขึ้นของ Avanti Group ต้นทุนทางการเงินลดลง 4.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการทำรีไฟแนนซ์ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่ารายได้จะกลับมาเติบโตในปี 2569 จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก โดยคาดว่ายอดขายจะเติบโต 3–4% จากปีก่อน จากการเติบโตของผลการดำเนินงานในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวที่แข็งแกร่งของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง
โดยการเติบโตของยอดขายคาดว่ามาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายเป็นหลัก ซึ่งเป็นผลจากการส่งผ่านผลกระทบภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ไปยังลูกค้า ทั้งนี้ประมาณการณ์ปี 2569 อ้างถึงสมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 32.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น จากความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งขึ้นในธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปและธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง ขณะที่อัตรากำไรของกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง และธุรกิจผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า คาดว่าจะทรงตัว
สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายคาดว่าจะทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน โดยแม้จะได้รับผลกระทบเต็มปีจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และการเพิ่มงบการตลาดเพื่อผลักดันการเติบโตของสินค้าภายใต้แบรนด์บริษัทบางส่วนถูกชดเชยด้วยการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่าย Transformation costs ภายหลังการสิ้นสุดโปรเจกต์ Sonar
และงบลงทุน (CAPEX) ประกอบด้วยการลงทุนตามแผนงานปกติของบริษัท รวมถึงการลงทุนเพิ่มเติมสำหรับโปรเจกต์โรงงานผลิตอาหารสัตว์แห่งในประเทศเอกวาดอร์ โปรเจกต์ก่อสร้างคลังสินค้าอัตโนมัติสำหรับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และการขยายโรงงานแห่งใหม่สำหรับธุรกิจบรรจุภัณฑ์
ทั้งนี้ ปัจจัยที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานหรือการเติบโตในอนาคต ในปี 2569 ภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะในตลาดผู้บริโภค ความคืบหน้าของนโยบายการค้ารวมถึงผลกระทบคงค้างจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่บังคับใช้ในปี 2568 ที่ยังคงส่งผลต่อโครงสร้างราคาขายและความต้องการซื้อของผู้บริโภคในบางกลุ่มสินค้า ทั้งนี้ แนวโน้มการบริโภคยังคงอ่อนไหวต่อภาวะเงินเฟ้อและการปรับราคาสินค้า ซึ่งอาจกระทบต่อปริมาณขายในระยะสั้น
สำหรับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลต่อผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ผ่านผลกระทบจากการแปลงค่าของอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะในช่วงที่นโยบายการเงินโลกมีการเปลี่ยนแปลงและมีความเป็นไปได้ที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะอ่อนค่า
นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวของราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่ง พลังงาน และค่าแรง อาจส่งผลต่ออัตรากำไรจากการดำเนินงาน อย่างไรก็ดี บริษัท มีการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องผ่านกรอบการป้องกันความเสี่ยงที่เคร่งครัด โดยรักษาสัดส่วนการป้องกันความเสี่ยงแบบปกติไม่น้อยกว่า 75% ของความเสี่ยงสุทธิ เพื่อช่วยลดความผันผวนของผลประกอบการ
ยอดนิยม
TFG เดินหมากปี 69 ยกระดับธุรกิจผ่านร้านค้าปลีก พร้อมรุกเวียดนามเต็มสูบ
BCP จ่ายปันผล 1.05 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 2 มี.ค.นี้ กำหนดจ่ายปันผลวันที่ 24 เม.ย.69
TU งบปี 68 กำไรวูบ 7.5% หลังเจอพิษค่าเงิน-ภาษีสหรัฐฯ ตั้งเป้าปี 69 ยอดขายเติบโต 3-4%
รายย่อยเก็บกด! เดือนก.พ. ระบายของ ขายหุ้นไทยไม่ยั้ง มูลค่าพุ่ง 4.7 หมื่นล้านบาท