Talk of The Town

TFG เดินหมากปี 69 ยกระดับธุรกิจผ่านร้านค้าปลีก พร้อมรุกเวียดนามเต็มสูบ


19 กุมภาพันธ์ 2569

TFG เดินหมากปี 69_S2T (เว็บ) copy.jpg

ธุรกิจอาหารความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ
TFG เดินหมากเชิงกลยุทธ์ชัดเจนในปี 2569 ยกระดับธุรกิจผ่านร้านค้าปลีกและขยายธุรกิจในประเทศเวียดนาม ชู Thai Foods Fresh Market เป้าขยายสาขาเป็น 850 สาขาในปี 2569

นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ TFG เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทฯมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจผ่านร้านค้าปลีกและขยายธุรกิจในประเทศเวียดนาม เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ในส่วนของธุรกิจค้าปลีก ร้าน Thai Foods Fresh Market ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต (S-Curve) บริษัทฯตั้งเป้าขยายสาขาจาก 615 สาขาในปี 2568 เป็น 850 สาขาในปี 2569 ขยายฐานการผลิตและศูนย์การกระจายสินค้าเพิ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) เพื่อสร้างฐานรายได้และเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง

สำหรับธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม ยังคงเป็น Growth Engine สำคัญ โดยในปี 2569 บริษัทจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงงานอาหารสัตว์ และขยายธุรกิจไก่เพิ่มเติมจากธุรกิจสุกรที่มีอยู่แล้ว ซึ่งธุรกิจสุกรก็ยังมีการขยายฟาร์มเพิ่มด้วยเช่นกัน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569 ส่งผลให้รายได้และต้นทุนการผลิตโดยรวมจะดีขึ้นตั้งแต่ในช่วงปี 2570

ทั้งนี้ TFG ตั้งเป้าหมายรายได้ในปี 2569 ออลไทม์ไฮต่อเนื่อง โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจค้าปลีก ประมาณ 50%  รองลงมาเป็นธุรกิจสุกร ธุรกิจไก่ และธุรกิจอาหารสัตว์ ตามลำดับ   

ด้านแผนการลงทุน ตั้งงบประมาณไว้ที่ 4,000 - 4,500 ล้านบาท โดยประมาณ 60% ใช้สำหรับการขยายสาขาธุรกิจค้าปลีก ส่วนที่เหลือจะลงทุนในธุรกิจต้นน้ำ เพื่อสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานของร้านค้าปลีกของบริษัทเอง ซึ่งจะมีการขยายฐานการผลิตในภาคอีสาน  ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบในปี 2569 มีแนวโน้มลดลง ซึ่งได้ทำการล็อกราคาวัตถุดิบไว้แล้วประมาณ 60–70%

ทั้งนี้ ภาพรวมการดำเนินงานในปี 2569 ถือเป็นปีที่เห็นการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการผลิต (Production Driven) ไปสู่การเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยตลาด (Market Driven) อย่างชัดเจน ผ่านการขยายช่องทางค้าปลีกของตนเอง ซึ่งช่วยให้บริษัทฯเข้าถึงข้อมูลผู้บริโภคโดยตรง ลดความผันผวนของราคาเนื้อสัตว์ ทำให้ภาพรวมธุรกิจของกลุ่มไทยฟู้ดส์ มีความยั่งยืน

ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 5.60 บาท โดยคาดให้ dividend yield สูงน่าสนใจราว 10% ต่อปี และมอง TFG เป็นบวกในระยะยาวจากการขยายสาขาค้าปลีกได้ผลดีต่อเนื่องซึ่งมีส่วนช่วยลดความผันผวนของ margin โดยบริษัทจะขยายร้านค้าปลีกรวมปี 2569 อยู่ที่ 850 สาขา เพิ่มขึ้น 38% จากปีก่อน เทียบกับสมมติฐานเชิงอนุรักษ์นิยมของฝ่ายวิจัยอยู่ราว 800 สาขา

ส่วนในระยะสั้น หลังราคาหมูในไทยฟื้นตัวแรง 12% จากไตรมาสก่อน และในเวียดนาม เติบโต 29% จากไตรมาสก่อน  ดังนั้นคาดกำไรไตรมาส 1/69 จะเติบโตเด่นจากไตรมาสก่อน แต่อาจทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้คาด TFG จะมีกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 ที่ 1.4 พันล้านบาท เติบโต 56% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 20% จากไตรมาสก่อน โดยกำไรที่เติบโตเด่น จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จะมาจาก margin รวมดีขึ้นจากต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลงและ margin สินค้าขายปลีกที่สูงขึ้น แต่ที่กำไรแย่ลงจากไตรมาสก่อน จะเป็นผลจากการบันทึกผลขาดทุนจากการตีมูลค่าสินทรัพย์ชีวภาพ (biological asset losses) มากขึ้นตามราคาหมูทั้งในไทยและเวียดนามลดลง โดยคาดกำไรสุทธิทั้งปี 2568 จะอยู่ที่ 7.7 พันล้านบาท เติบโต 145% จากปีก่อน

ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า คาดเงินปันผลงวดไตรมาส 4/68 ที่ 0.32 บาท/หุ้น หรือคิดเป็น dividend yield 6.7% และคาดเงินปันผลปี 69 อีกที่ระดับ 10% แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 6.30 บาท รวมทั้งคาดกำไรปกติไตรมาส 1/69 เบื้องต้นในกรอบ 1,700 1,900 ล้านบาท เติบโตจากไตรมาสก่อน แต่ชะลอลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

S__65986675.jpg

TFG