ตลาดหลักทรัพย์ฯ จ่อแก้เกณฑ์ หวังรั้งบริษัทไทยระดมทุนในประเทศ หลังที่ผ่านมาหลายบริษัทแห่ซบตลาดตปท.

ตลท.เล็งทบทวนปรับเวลาซื้อขายกลับไปเป็น 14.30 น. หลังโบรกเกอร์แห่ร้องแบกภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น เตรียมแก้เกมแผนระดมทุนของบริษัท หลัง "ไลน์แมนวงใน” หันไปซบตลาดหุ้นต่างประเทศ ย้ำเสนอแผนและนโยบายกระตุ้นตลาดทุนตามเดิม แม้ใครจะขึ้นเป็นแกนนำรัฐบาล
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แพคเกจหรือนโยบายการกระตุ้นตลาดทุนต่อรัฐบาลชุดใหม่ โดยตลท.จะยังคงมีเสนอแผนและนโยบายตามเดิมตามที่ได้เสนอกับรัฐบาลอนุทิน ซึ่งจะยังคงนำเสนอต่อเนื่องไม่ว่าใครจะเป็นแกนนำการจัดตั้งรัฐบาล โดยจะมีการพิจารณานำนโยบายขึ้นมาใช้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลและพรรคการเมือง
ทั้งนี้ หลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ปรับเวลาขยายเวลาการซื้อขายเพิ่มขึ้นมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ทำให้โบรกเกอร์มีกระแสตอบรับเข้ามาถึงการที่โบรกเกอร์ต้องรับภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการขยายเวลาการซื้อขาย รวมถึงจากการพิจารณาถึงประโยชน์ที่ได้รับกับข้อเสียด้านต่างๆ จึงประเมินว่าได้ไม่คุ้มเสีย ซึ่งจะมีพิจารณาเวลาซื้อขายหุ้นให้กลับเป็นแบบเดิม
สำหรับตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันมีโบรกเกอร์และกองทุนต่างประเทศเข้ามาให้ความสนใจในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่มากขึ้น จึงประเมินว่าหลังจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาลและมีการแถลงนโยบายต่างๆ ออกมา ตลท.จะออกไปโรดโชว์ยังประเทศฮ่องกงและสิงคโปร์ซึ่งกรอบเวลาจะอยู่ในช่วงพฤษภาคม 2569
ส่วนกรณีที่บริษัท "ไลน์แมนวงใน” (LINE MAN Wongnai) กำลังพิจารณาเปลี่ยนแผนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) จากเดิมที่มองตลาดในประเทศ ไปเป็นการ IPO ในตลาดต่างประเทศ ส่วนตัวมองว่าเกิดจากปัจจัยหลักๆ ประกอบไปด้วย มูลค่าตลาดและสภาพคล่อง, กฎกติกาที่เข้มข้นมากกว่าตลาดหุ้น และการแข่งขันที่สูง
โดยตลาดหุ้นในต่างประเทศที่เข้ามาดึงดูดบริษัทในประเทศเข้าไประดมทุน ประกอบตลาดหุ้นฮ่องกงและตลาดหุ้นสิงคโปร์ แต่อย่างไรก็ตามตลท.ไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงได้อยู่ระหว่างการนำจุดแข็งขึ้นมาและปรับกฎเกณฑ์ให้มีความผ่อนปรนมากขึ้น เพื่อมาพัฒนาตลาดหุ้นไทยให้มีความสนใจ และคาดหวังจะมีบริษัทในไทยเข้ามาระดมทุนเพิ่มขึ้น
สำหรับบริษัทที่จะเข้ามาระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ตลท.คาดว่าในปีนี้จะยังคงเติบโตจากปีก่อนหน้าที่มีบริษัทเข้ามาระดมทุน 17 แห่ง ซึ่งในปัจจุบันมีบริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนเข้ามาแล้ว 7 แห่ง โดยได้รับอนุมัติ 5 แห่ง แต่อย่างไรก็ดีคาดว่าในช่วงหลังจากเดือนมีนาคมนี้ จะเริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้น
ยอดนิยม
JMART งบ Q2 กำไรโต 91% หนุนครึ่งปีมีกำไรสุทธิ 375 ลบ. ล่าสุดบุ๊กกำไร "สุกี้ตี๋น้อย" 100 ล้าน
HANA-GUNKUL เงินไหลเข้า 500 ลบ. หลัง MSCI ปรับพอร์ตลงทุน ฟาก CPN สุดช้ำ! โดนแรงขาย 1,000 ล้าน
“แอมป์ พิธาน” รับจุกๆ ได้เงินปันผลจากหุ้น KCE มูลค่ากว่า 112 ล้านบาท
ลุ้น KBANK มีปันผลพิเศษ หลังเงินเหลือจากซื้อหุ้นคืน 5.32 พันลบ. โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” ให้เป้า 300 บาท