โค้งสุดท้าย “เลือกตั้งไทย” 8 ก.พ.นี้ ไปใช้สิทธิ รอบนี้อาจชี้ชะตาประเทศ-ตลาดหุ้น

โค้งสุดท้ายของศึกเลือกตั้งไทยมาถึงแล้ว วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ไม่ใช่แค่การตัดสินใจทางการเมือง แต่ยังอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป ท่ามกลางความคาดหวังว่าการเลือกตั้งจะนำไปสู่รัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากขึ้น นักวิเคราะห์เริ่มประเมินฉากทัศน์ผลเลือกตั้งในหลายกรณี พร้อมจับตาว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะหนุนหรือกดดันดัชนี SET ในระยะสั้น และส่งผลต่อแนวโน้มการลงทุนระยะยาวอย่างไร
นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเลือกตั้งทั่วไปของไทยจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ โดยฝ่ายวิจัยขอสรุปมุมมองระยะยาว อย่างสั้นๆ ดังนี้
ทั้งนี้คาดว่าในระยะแรก SET จะฟื้นตัวในวงกว้าง โดยการเลือกตั้งจะเป็นตัวเร่งหลัก เนื่องจากคาดว่าการเลือกตั้งจะนำมาซึ่งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยคาดว่าพรรคภูมิใจไทย (BJT) จะนำรัฐบาลผสมที่นำโดยกลุ่มอนุรักษ์นิยมชุดใหม่ ในระยะถัดไป
โดยคาดว่าการฟื้นตัวของ SET จะได้รับแรงหนุนจากนโยบายของรัฐบาลใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเป็นประชานิยมน้อยลง แต่จะมุ่งเน้นการลงทุนมากขึ้น ซึ่งจะดึงดูดนักลงทุนระยะยาวที่ซื้อและถือให้กลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย
นอกจากนี้ SET กำลังเริ่มฟื้นตัวจากฐานมูลค่าที่ต่ำ ด้วยอัตราส่วน PE ได้ถูก de-rated กลับไปในระดับที่เคยเห็นเมื่อ 15 ปีก่อน เป้าดัชนี SET สำหรับปี 69 อยู่ที่ 1,380 จุด
ในบทวิเคราะห์นี้ ฝ่ายวิจัยจะเน้นการตอบสนองของตลาดในระยะสั้นที่อาจเกิดขึ้นจากผลการเลือกตั้งในวันอาทิตย์นี้ในกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. หากพรรคภูมิใจไทย (BJT) ชนะจำนวนที่นั่ง ส.ส. มากที่สุด คาดว่า SET จะยังคงปรับตัวขึ้นต่อในสัปดาห์หน้า
2. หากคู่แข่งหลักของพรรคภูมิใจไทย, พรรคประชาชน (PP) ชนะจำนวนที่นั่งมากที่สุด คาดว่าจะมีการขายทำกำไรใน SET เนื่องจากตลาดมักมองว่ารัฐบาลที่นำโดยพรรคก้าวหน้านั้นมีความไม่เสถียรภาพมากกว่ารัฐบาลที่นำโดยกลุ่มอนุรักษ์นิยม
อย่างไรก็ตาม คาดว่าการขายทำกำไรจะเป็นเพียงชั่วคราว เนื่องจากไม่คาดว่าพรรคประชาชนจะสามารถหาการสนับสนุนจากพรรคอื่นๆ เพื่อให้ได้เสียงข้างมากเกิน 250 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 500 ที่นั่งได้ ซึ่งสุดท้ายแล้วพรรคภูมิใจไทยจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และคาดว่าตลาดจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง
โดยคาดการณ์ภูมิใจไทยได้จำนวนที่นั่ง ส.ส.150 ที่นั่ง ส่วนอันดับ 2 พรรคประชาชน 140 ที่นั่ง ตามด้วยอันดับ 3 พรรคเพื่อไทย 100 ที่นั่ง อันดับ 4 พรรคกล้าธรรม 50 ที่นั่ง อนดับ 5 พรรคประชาธิปัตย์ 30 ที่นั่ง และอื่นๆ อีก 30 ที่นั่ง
สรุปการคาดการณ์จำนวนที่นั่ง ส.ส. ที่แต่ละพรรคการเมืองจะได้รับ การคาดการณ์นี้ทำใน Siam Senses ฉบับก่อนหน้าเมื่อต้นปีมาถึงจุดนี้ มีความเป็นไปได้ที่พรรคประชาธิปัตย์จะได้รับที่นั่งมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 30 ที่นั่ง นอกจากนี้ ยังแสดงการคาดการณ์องค์ประกอบที่เป็นไปได้มากที่สุดสองแบบของรัฐบาลผสมใน กรณีทั้งสองนี้ไม่ได้มีผลกระทบต่อตลาดแตกต่างกันมากนัก
แต่กรณีที่มีพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในรัฐบาลผสมนั้นดีกว่า พรรคประชาธิปัตย์มีประวัติการทำงานฝ่ายค้านที่แข็งแกร่งมาก ดังนั้นการมีพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในรัฐบาลผสมแทนที่จะอยู่ในฝ่ายค้านอาจหมายถึงกรณีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากกว่า
ดังนั้นคงหุ้น Top Picks 10 ตัวเช่นเดิม นั่นคือ DELTA, TRUE, CPN, CPALL, GULF, GPSC, MTC, SAWAD, TIDLOR, และ MOSHI
ยอดนิยม
“กรณ์” จี้ กลต.ระงับโอนเงิน! หลัง CAI เทขาย BCPG หนัก กลางข่าวฉาว! ฟอกเงินข้ามชาติ
BCPG เคลียร์ปมร้อน หลัง CAI โดนสอบปมเอี่ยวฟอกเงิน ย้ำแค่ผู้ถือหุ้น ไม่มีส่วนบริหาร
สัญญาณอันตราย! วิกฤตน้ำมัน ดันต้นทุน บจ. พุ่ง โบรกฯ หั่นเป้า SET ปีนี้เหลือ 1,440 จุด