Talk of The Town

PTTGC โชว์งบไตรมาส 2 พลิกกำไรแรง 1.2 หมื่นล้านบาท หลังราคากลุ่มธุรกิจปิโตรฯเพิ่มขึ้น


07 สิงหาคม 2569

PTTGC โชว์งบไตรมาส 2_S2T (เว็บ)_0.jpg

PTTGC เปิดงบไตรมาส 2 พลิกกำไรสุทธิ 12,208 ล้านบาท รับแรงหนุนเพียบ ทั้งจากราคาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มปิโตรเลียมและปิโตรเคมีปรับตัวเพิ่มขึ้น แถมมีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน พร้อมรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 12,208 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 3,616 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายรวม 172,388 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาส 1/2569 และเพิ่มขึ้น 29% ช่วงเดียวกันของปีก่อน 

โดยหลักจากราคาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มปิโตรเลียมและปิโตรเคมีปรับตัวเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อการตึงตัวของอุปทานผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในตลาดจากข้อจำกัดในการจัดหาวัตถุดิบ

สำหรับไตรมาสนี้ บริษัทฯ รายงาน Adjusted EBITDA อยู่ที่ 26,932 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/2569 โดย ผลประกอบการกลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และโพลิเมอร์มีผลประกอบการดีขึ้นจากราคาผลิตภัณฑ์เอทิลีนและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โพลีเอทิลีนที่ปรับสูงขึ้นจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางส่งผลกระทบด้านการจัดหาวัตถุดิบของผู้ผลิตปิโตรเคมีในภูมิภาค กอปรกับบริษัทฯ มีปริมาณการขายผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์สูงขึ้นภายหลังจากที่บริษัทฯกลับมาเดินเครื่องโรงผลิตโอเลฟินส์หน่วยที่ 4 ในไตรมาสที่ 2/2569 ได้ตามแผน 

ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์มีผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์เบนซีนและผลิตภัณฑ์พลอยได้ที่ปรับสูงขึ้น 

สำหรับผลประกอบการของกลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นกลางปรับตัวสูงขึ้นตามส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โดยรวมที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะอุปทานตึงตัว 

ในส่วนของกลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษมีผลประกอบการที่ดีขึ้นจากการบริหารต้นทุนวัตถุดิบและส่วนต่างราคาสินค้าแบบเชิงรุก รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องของบริษัท allnex ในส่วนของธุรกิจโรงกลั่นมีผลประกอบการปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า แม้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมโดยรวมได้รับแรงหนุนจากภาวะอุปทานตึงตัวและอุปสงค์ตามฤดูกาล แต่ได้รับผลกระทบจากนโยการการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นของน้ำมันดีเซล ประกอบกับต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาน้ำมันดิบ (Crude premium) ที่ปรับสูงขึ้น รวมทั้งปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ปรับลดลงจากมาตรการระงับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงของภาครัฐ 

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการดำเนินการตามแนวทางยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการ Portfolio ของธุรกิจให้เข้มแข็ง (Portfolio transformation) และการดำเนินมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายและมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้บริษัทฯ รับรู้รายการพิเศษจากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้จากการเปลี่ยนแปลงราคาตามสภาวะตลาด ได้แก่ กำไรจากสต๊อกน้ำมัน (Stock gain) และการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (NRV) สุทธิรวมเป็นผลขาดทุน 1,942 ล้านบาท ขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ 791 ล้านบาท และกำไรสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ทางการเงินรวม 87 ล้านบาท บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนรวม 921 ล้านบาท โดยในไตรมาสนี้ บริษัทฯมีการตั้งประมาณการค่าใช้จ่ายจากแผนปรับการดำเนินธุรกิจของบริษัท จีซี โพลีออลส์ จำกัด (GCP) 1,753 ล้านบาท