Talk of The Town

SCC กระแสเงินสดแกร่ง 5 หมื่นลบ. จัดทัพเดินหน้ากลยุทธ์ครั้งใหม่ ปูทางปี 2569 ก้าวสู่การเติบโต


06 กุมภาพันธ์ 2569

SCC กระแสเงินสดแกร่ง_S2T (ปกเว็บไซต์).jpg

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
หรือ SCC ถือเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ได้ประกาศแผนการปรับโครงสร้างองค์กรควบคู่แผนงานการบริหารเงินทุน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ของเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าจากแผนการรับมือและแนวทางนี้ก็ได้สะท้อนออกมาถึงตัวเลขผลการดำเนินงานในปี 2568

โดยมาตรการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มข้น ก็ได้ส่งผลให้บริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนลดลง 10,535 ล้านบาท ปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ได้รวมกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี และควบคุมเงินลงทุน (CAPEX) เน้นเฉพาะโครงการที่มีผลตอบแทนสูงและเร็วได้ตามแผน 30,737 ล้านบาท

และไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขข้างต้นที่ออกมาอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ก็ยังได้ส่งผลให้หนี้สินสุทธิลดลง 14,845 ล้านบาท รวมถึงอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 5.5 เท่า จากเดิม 6.3 เท่า สถานะทางการเงินมั่นคงและแข็งแกร่ง ด้วยเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นปี 52,447 ล้านบาท

ขณะที่ตัวเลขอื่นๆในปี 2568 รายได้จากการขายอยู่ที่ 496,925 ล้านบาท กำไรสำหรับปี 14,075 ล้านบาท และ EBITDA 51,249 ล้านบาท  ซึ่งหากไม่รวมขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ รายการปรับโครงสร้างการดำเนินงานและธุรกิจและรายการพิเศษ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) จะอยู่ที่ 55,012 ล้านบาท

หลังจากการประสบความสำเร็จในปีที่ผ่านมา หัวเรือใหญ่อย่าง “พี่โป้งหรือ นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ ก็ได้ประกาศกลยุทธ์ในปี 2569 ภายใต้ 4 แนวทาง โดยเริ่มต้นจากแนวทาง “เข้มข้น ด้วยวินัยการเงิน บริหารกระแสเงินสดให้มั่นคง ใช้เงินลงทุนอย่างระมัดระวัง มุ่งลดต้นทุนทุนสะอาด และเพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI & Robotics

เข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถทั่วทั้งองค์กร โดยเดินหน้ากลยุทธ์ "Regional Optimization" ชู "เวียดนาม"เป็นฐานการผลิตสินค้า เพื่อรองรับการบริโภคในประเทศ และการส่งออกสู่ตลาดโลก และขยายพอร์ตสินค้าและบริการเติบโตสูง ทั้ง "สินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า - Smart Value Products (SVP)" "สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง - High Value Added (HVA) Products" และ "สินค้ากรีน - Green Products"

เสริมแกร่ง รุกธุรกิจเติบโตระยะยาว เช่นโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าชอีเทนที่โรงงาน LSP หรือ ลองเชิน ปิโตรเคมิคอลส์ ประเทศเวียดนาม (โครงการ LSPE) เพื่อเพิ่มความยีดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบ โดยโครงการคืบหน้าตามแผน คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2570

เอาอยู่ พร้อมสู้ทุกความท้าทาย โดยประเมินทั้งโอกาสและความท้าทายรอบด้านอยู่เสมอ เพื่อพร้อมสู้กับทุกสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังได้วางกลยุทธ์เพื่อเร่งเครื่องขีดความสามารถของธุรกิจต่าง ๆ ในปี 2569 ได้แก่ เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์, เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และ เอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล เสริมความสามารถการแข่งขันและลดต้นทุน พัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง ปรับพอร์ตสินค้าและบริการรองรับความต้องการของตลาดที่หลากหลาย และปรับกลยุทธ์การจำหน่ายสินค้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์การตลาดและการแข่งขัน

เอสซีจี เดคคอร์ เดินหน้าลดต้นทุนการผลิต ตั้งเป้าใช้เชื้อเพลิงชีวมวลเพิ่ม 11% และพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่ม 2 เมกะวัตต์ และรุกตลาดเวียดนามภายในประเทศและส่งออก

เอสซีจีซี เดินหน้า LSP ต่อเนื่อง เพื่อใช้ประโยชน์สินทรัพย์ที่มีให้เกิดประสิทธิภาพเต็มที่ เพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (HVA) ให้มากกว่า 60% ของยอดขายในธุรกิจปลายน้ำ และปรับพอร์ตการลงทุน (Divestment) ให้สอดคล้องกับทิศทางเชิงกลยุทธ์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินลงทุน

เอสซีจีพี เดินหน้าสร้างการเติบโตและเพิ่มความสามารถทำกำไร ด้วยการ M&P และขยายธุรกิจปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร การขยายตลาดในอินเดีย วางกลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุน เพิ่มความร่วมมือกับลูกค้าในการพัฒนาและยกระดับนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่ เร่งเครื่องเชิงกลยุทธ์ ผลักดันโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาให้สำเร็จ ยกระดับความร่วมมือพันธมิตร พัฒนาโชลูชันที่คุ้มค่า จัดหาแหล่งเงินทุนที่แข่งขันได้ รองรับการเติบโตยั่งยืน ต่อยอด Smart Grid Platform รวมไปถึงพัฒนา Heat Battery เชิงพาณิชย์ ร่วมกับ Rondo และลูกค้าอุตสาหกรรมชั้นนำ

และนอกกลยุทธ์ข้างต้นทั้งหมด เพื่อเป็นกำหนดผลลัพธ์และเป้าหมายที่ชัดเจน SCC ก็ได้วางตั้งเป้าหมาย EBITDA ในปี 2569 จะไม่ต่ำกว่า 5.5 หมื่นล้านบาท และรายได้เติบโต 1-3% หรือมากกว่า 5 แสนล้านบาท ด้วยภาพธุรกิจที่เป็นใจแก้การเติบโต ไม่ว่าธุรกิจแพคเกจจิ้งที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ธุรกิจเคมีคอลส์มีแนวโน้มทรงตัวต่อเนื่อง และธุรกิจซีเมนต์ที่ได้แรงหนุนจากการเบิกจ่ายงบของภาครัฐ

สำหรับภาพในปี 2569 ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและไทยจะชะลอตัวแต่เริ่มเห็นโอกาสจากหลายสัญญาณบวก เช่นธุรกิจเคมีคอลส์มีแนวโน้มทรงตัวเนื่องจากการกำลังการผลิตใหม่ของโลกลดลงและราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มอ่อนตัวคาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐมีความต่อเนื่องเพื่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง

ส่วนธุรกิจแพคเกจจิ้งความต้องการบรรจุภัณฑ์ยังเติบโตต่อเนื่องจากการบริโภคในประเทศของกลุ่มอาเซียนที่ภาพรวมเศรษฐกิจเติบโตและความต้องการใช้กระดาษบรรจุภัณฑ์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นนอกจากนี้การเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามแนวโน้มดีต่อเนื่องเพื่อต่อการลงทุนและการขยายตลาด

อย่างไรก็ดี นอกจากการดำเนินกลยุทธ์ที่หลากหลาย SCC ดำเนินลงทุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมบำรุงและปรับปรุงเครื่องจักร การลงทุนในโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP และลงทุนเพื่อรองรับโครงการประหยัดพลังงาน (Energy Saving) ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบเงินลงทุน 3 หมื่นล้านบาท

SCC กระแสเงินสดแกร่ง_S2T (Infographic).jpg

SCC