Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 06-02-2569 (ราคาทองคำตอนนี้..เราควร ”ซื้อ” หรือ ”ขาย”)


06 กุมภาพันธ์ 2569

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 06-02-2569 (ราคาทองคำตอนนี้..เราควร ”ซื้อ” หรือ ”ขาย”)

Gossip Station ราคาทองคำตอนนี้.เราควร 1-1_0.jpg

06-02-2569 สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม  www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ

***สวัสดีวันศุกร์ สบายๆ ชิลๆ นะคะแฟนคลับที่รัก เมื่อวานนี้ราคาทองคำในไทยเรามีการเปลี่ยนแปลงมากกึง 102 ครั้ง!!!! ป๊าดดดดดดด ด้วยเหตุนี้ทำให้เจ๊คิดว่า เอ๊ะ!!!มันเป็นเพราะเหตุผลอะไรนะ ทำใมราคาทองคำถึงผันผวนขนาดนี้ และคิดต่อว่าแฟนๆ ของเจ๊อาจอยากรู้ด้วยเช่นกัน จึงไปค้นหาคำตอบมาบอกต่อ

***สรุปแบบย่อๆ ให้เข้าใจง่ายๆ มาจาก 5 ปัจจัยสำคัญ คือ

1) ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ–การเมืองโลก

ทองคำถูกมองว่าเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven)” เวลาที่โลกเกิดความเสี่ยง — เช่น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการเงินที่ไม่แน่นอน หรือวิกฤตเศรษฐกิจ — ทำให้นักลงทุนรีบซื้อทองเพื่อปกป้องเงินทุน เมื่อตัวแปรเหล่านี้เปลี่ยนราคาทองก็แกว่งแรงตามความกลัว/ความหวังของตลาด

*** 2) ความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยเพราะทองคำส่วนใหญ่ ซื้อขายเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้น

  1. ถ้า ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น → ราคาทองมักลดลง

  2. ถ้า ดอลลาร์อ่อนค่าลง → ราคาทองมักเพิ่มขึ้น

เพราะนักลงทุนต่างชาติซื้อทองถูกลงหรือแพงขึ้นตามค่าเงิน

***3) ดอกเบี้ย–เงินเฟ้อ และนโยบายธนาคารกลาง

⁃ อัตราดอกเบี้ยสูง → นักลงทุนชอบสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน (เช่น พันธบัตร) มากกว่า → ราคาทองอ่อนตัว

⁃ เงินเฟ้อสูง → ทองคำเป็นที่หลบภัย → ราคาทองเพิ่ม

ธนาคารกลางประกาศนโยบายใหม่หรือมีแนวโน้มเปลี่ยนท่าที ก็จะทำให้ราคาเคลื่อนไหวทันที

*** 4) อุปสงค์–อุปทานจริงของทองคำ

ทองคำมีกำลังผลิตจำกัด (เหมืองทองต้องใช้เวลาและต้นทุนสูง) ทำให้ “อุปทานตึงตัว” แต่ถ้าตลาดต้องการทองเพิ่มมาก ๆ (ทั้งจากนักลงทุนและธนาคารกลาง) ราคาอาจพุ่งแรง หรือถ้ามีการขายออกพร้อมกัน ก็ลดลงรวดเร็ว

***5) แรงเก็งกำไรและการซื้อขายผ่านตลาดการเงิน

ทองคำถูกซื้อขายผ่านตลาดล่วงหน้า (futures/ETF) มากขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำ ตอบสนองต่อแรงเก็งกำไรและข้อมูลแบบทันที

  • ถ้านักเก็งกำไรคาดว่าราคาจะขึ้น → ซื้อเข้ามาก → ราคาพุ่ง

  • ถ้าคาดว่าราคาจะลง → ขายออกเยอะ → ราคาตกเร็ว

การเทรดแบบนี้ทำให้ราคาแกว่งทั้งวัน แม้ปัจจัยพื้นฐานจะไม่เปลี่ยนมากนัก

***บทสรุปคือ ราคาทองคำผันผวนมากเพราะมันเป็นสินทรัพย์ที่ถูก ผลักดันโดยปัจจัยเศรษฐกิจ–การเมืองโลก และยังมี แรงเก็งกำไรจากนักลงทุนรายย่อยและสถาบัน ทำให้มันตอบสนองต่อข่าวและข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งสัมพันธ์กับค่าเงินดอลลาร์และนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก

***แต่เมื่อโฟกัสแบบแคบลงมา..เอาให้ชัดๆ เลยว่าเฉพาะช่วงนี้ เพราะสาเหตุอะไรแบบเฉพาะเจาะจงที่ทำให้ราคาทองเปลี่ยนแปลงมากที่สุด

***คำตอบที่ได้คือ

-การเทรดเก็งกำไรและแรงซื้อ-ขายแบบเร็วในตลาด (Speculative trading)

ทองคำยังถูกมองว่าเป็น สินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงความไม่แน่นอนระดับโลก — เช่น ความตึงเครียดทางการเมือง สงคราม หรือเหตุการณ์ช็อกโลก ซึ่งทำให้ราคาขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อมีข่าวรุนแรง และลงเมื่อตลาดมองว่าความเสี่ยงคลี่คลาย

-ข่าวความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนระดับโลก

ทองคำยังถูกมองว่าเป็น สินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงความไม่แน่นอนระดับโลก — เช่น ความตึงเครียดทางการเมือง สงคราม หรือเหตุการณ์ช็อกโลก ซึ่งทำให้ราคาขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อมีข่าวรุนแรง และลงเมื่อตลาดมองว่าความเสี่ยงคลี่คลาย

-การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ทองคำจริง..โดยเฉพาะในจีน

มีรายงานว่า การบริโภคทองคำในจีนลดลงเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน แม้จะมีการซื้อทองแท่งและเหรียญเพิ่มขึ้น แต่การลดของอุตสาหกรรมเครื่องประดับก็ทำให้อุปสงค์สุทธิลดลง — ปัจจัยนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมราคาทองยังแกว่ง แม้จะเห็นความต้องการจากต่างประเทศบางประเภทเพิ่มขึ้น

-ปริมาณการปรับราคาในแต่ละวันที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ในไทยมีรายงานว่าราคาทอง ปรับขึ้น-ลงกันมากถึง ~99 ครั้งในหนึ่งวัน ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน — สะท้อนการตอบสนองต่อข่าวและข้อมูลเศรษฐกิจแบบเรียลไทม์ ส่งผลให้ราคาค่ากลางของทอง “แกว่งสุด ๆ”

***เรื่องสุดท้ายที่เจ๊เชื่อว่าทุกท่านอยากรู้คือ ณ ราคาทองคำในปัจจุบันพวกเราควรจะทำอย่างไรต่อไป “ซื้อ” หรือ “ขาย” ดีนะ???

***จากการสอบถามและรวบรวมข้อมูล..คำตอบที่ได้ เริ่มที่ “เป้าหมายของคุณคือ???”

 1) ลงทุนระยะยาว (เก็บเป็นสินทรัพย์หลบความเสี่ยง) อาจ ซื้อหรือสะสมทองเพิ่ม ได้ทีละเล็กทีละน้อยเพราะหลายสถาบันเห็นแนวโน้มราคายังอยู่ในทิศทางขึ้นในภาพรวม

โดยเฉพาะเวลาที่ราคย่อเข้ามา (pullback) อาจเป็นจังหวะสะสมได้

 2) เข้าทำกำไรระยะสั้น (trading)  อาจขายเมื่อราคาแตะจุดที่คุณตั้งเป้ากำไรแล้ว หรือ วางแผน cut-loss เมื่อราคาแกว่งลงมากเกินไป

 3) คุณกลัวความผันผวน ถ้าคุณไม่พร้อมรับราคาที่แกว่งแรงๆ อาจยังไม่ต้องเพิ่มสัดส่วนทอง หรืออาจเลือกแค่ สัดส่วนเล็ก ๆ ในพอร์ต (เช่น 5–10%) เพื่อกระจายความเสี่ยง และหลีกเลี่ยงการ All-in ไปที่ทองคำเพียงอย่างเดียว

*** สรุปสั้น ๆ

เป้าหมายการลงทุน คำแนะนำ

ระยะยาว ซื้อสะสมเป็นบางส่วนได้ (เทียบพอร์ต)

ระยะสั้น เก็งกำไรตามจังหวะข่าว/เทคนิค

ไม่ชอบความเสี่ยง รักษาสัดส่วนเล็กในพอร์ต

*** ข้อคิดก่อนตัดสินใจ

-ทองคำยังไม่มีดอกผล เหมือนหุ้น/พันธบัตร — กำไรขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนราคา

-ราคาทองผันผวนสูงเมื่อมีข่าวสำคัญทางเศรษฐกิจหรือการเมือง

-ควรกำหนด แผนเข้า–ออกราคา และ ระดับความเสี่ยงที่พร้อมรับได้ ก่อนทำคำสั่งซื้อหรือขายจริง