กระดานข่าว

PRAPAT ปักหมุดปี 69 รายได้เติบโต 10-14% เร่งเครื่องธุรกิจในเครือ-รุกตลาดต่างประเทศ


29 มกราคม 2569

S__29556771.jpg

PRAPAT เปิดแผนปี 69 ดันรายได้เติบโต 14% เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกของกลุ่มบริษัทในเครือ เจาะกลุ่มโรงแรมและรีสอร์ท ลุยขยายตลาดต่างประเทศ โดยตั้งเป้าธุรกิจในเวียดนามเติบโตต่อเนื่อง ในปี 2569 พร้อมปักธงบังกลาเทศผ่านบริษัทร่วมทุน เสริมฐานรายได้ระยะยาว

นายสุกานต์ อินทรสูต ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PRAPAT เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 14% จากปี  2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกของกลุ่มบริษัทในเครือ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน

ทั้งนี้ ในส่วนของสินค้าเครื่องจักรมีการวางตลาดสินค้าใหม่ คือ เครื่องล้างภาชนะ , เครื่องทำความสะอาดพื้น และเตาอบอเนกประสงค์ Combi Oven ในคุณภาพและราคาที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในตลาดปัจจุบัน

นอกจากนี้ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทผ่านช่องทางออนไลน์ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้าในระยะยาว

ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Sustainability) เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น

สำหรับแผนการขยายตลาดต่างประเทศ โดยในประเทศเวียดนาม ภายหลังบริษัทเริ่มเข้าไปทำการตลาดตั้งแต่ปี  2567 เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซักรีด พบว่ายอดขายมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการตอบรับของตลาดที่อยู่ในทิศทางที่ดี โดยบริษัทตั้งเป้าหมายให้การดำเนินธุรกิจในประเทศเวียดนามเข้าสู่จุดคุ้มทุนภายในปี  2569 และคาดว่าผลประกอบการในปี  2570 จะพลิกกลับมามีกำไรในทิศทางที่ดีและมีเสถียรภาพมากขึ้น

ส่วนประเทศบังกลาเทศ บริษัทฯได้ดำเนินการจัดตั้งบริษัทฯ ร่วมทุนแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 45% ตรงนี้ในช่วงแรกจะเป็นการนำเข้า ไปจำหน่ายในระหว่างรอปรับปรุงโรงงานให้ทันสมัย และพร้อมในการผลิตในบังกลาเทศ รองรับการเติบโตต่อไป โดยนำสินค้าเคมีภัณฑ์ เจาะกลุ่มลูกค้า โรงแรม โรงซัก และโรงพยาบาล เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาและแสวงหาโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อเสริมสร้างฐานรายได้และผลักดันการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

“ในปี 2569 บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการขยายตลาดที่กล่าวไว้ดังกล่าวข้างต้น เพื่อรองรับสภาวะเศรษฐกิจที่มีโอกาสสัญญาณชะลอจากปัจจัยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และสภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อกำลังซื้อและต้นทุนการดำเนินงานในอนาคต” นายสุกานต์ กล่าว