SCB ปี 68 กำไรสุทธิ 4.74 หมื่นลบ. เติบโต 8% หลังกำไรเงินลงทุนเพิ่มขึ้น รายได้ค่าธรรมเนียมหนุนพุ่ง
SCB อวดงบปี 68 มีกำไรสุทธิ 47,488 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% รับแรงสนับสนุนจาก กำไรจากเงินลงทุน และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น พรอ้มกางแผนปี 69 สินเชื่อเติบโตระดับตัวเลขหลักเดียวระดับต่ำถึงกลาง
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เปิดเผยว่า ผลประกอบการปี 2568 ของบริษัทมีกำไรสุทธิ 47,488 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% จากปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากเงินลงทุน และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นจากผลการดำเนินงานของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลงภายหลังจากการขายธุรกิจ Robinhood ในปี 2567 และจากการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของกำไรจากกลุ่มธุรกิจบริการทางการเงินดิจิทัลและสินเชื่อเพื่อรายย่อย
สำหรับปี 2568 รายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 119,117 ล้านบาท ลดลง 8% จากปีก่อน จากการลดลงของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งภายในปี และปริมาณสินเชื่อโดยรวมที่ลดลง 2.1% ภายใต้การปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง
ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ มีจำนวน 41,695 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% จากปีก่อน จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่เติบโตอย่างโดดเด่น รวมถึงการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมทางการเงิน ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการให้สินเชื่อ และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ
ส่วนรายได้จากการลงทุนและการค้ามีจำนวน 10,771 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 369.8% จากปีก่อน โดยเป็นผลจากกำไรจากพอร์ตการลงทุนของธนาคาร และของบริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด
ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน จำนวน 69,570 ล้านบาท ลดลง 4.7% จากปีก่อน จากการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานอย่างเข้มงวด ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 40.5%
นอกจากนี้บริษัทฯ ตั้งสำรองลดลง 2.6% จากปีก่อน เนื่องมาจากคุณภาพสินทรัพย์ที่อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ โดยเฉพาะการปรับตัวดีขึ้นของบริษัทคาร์ด เอกซ์ จำกัด ทั้งนี้ จำนวนสำรองดังกล่าวได้รวมสำรองพิเศษอีกจำนวน 4,500 ล้านบาท เพื่อรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) คงอยู่ในระดับสูงที่ 160.8%
แม้เผชิญกับความผันผวนจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ บริษัทฯ ยังสามารถควบคุมคุณภาพของสินเชื่อโดยรวมได้ดี โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 3.29% ลดลงจาก 3.37% ในปีก่อน เงินกองทุนตำมกฎหมายของบริษัทฯ อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 18.9%
นายอาทิตย์ กล่าวอีกว่า ปี 2568 เป็นอีกปีหนึ่งที่เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายจากหลายมิติ SCBX ได้ดำเนินธุรกิจโดยเน้นการสร้างความแข็งแกร่งภายในบริหารคุณภาพสินเชื่ออย่างรัดกุมท่ามกลางความผันผวน ควบคู่กับการปรับโครงสร้างธุรกิจสำคัญ เพื่อวางรากฐานสู่วิสัยทัศน์ระยะยาวในการเป็นกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการเงินชั้นนำของประเทศไทย
SCBX ก้าวสู่ปี 2569 ด้วยทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน การบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย และการยกระดับประสบการณ์การบริการให้แก่ลูกค้า และจะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก เพิ่มการมีส่วนร่วมกับลูกค้าในทุกกลุ่มยกระดับคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและข้อมูลเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการสร้างคุณค่าระยะยาวอย่างสมดุลทั่วทั้งกลุ่มธุรกิจ
นอกจากนี้ บริษัทกำลังเร่งเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) เพื่อรองรับการเปิดดำเนินการตามแผนที่วางไว้ โดยมุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมด้านข้อมูลเพื่อขยายโอกาสให้กลุ่มที่เข้าไม่ถึงบริการธนาคาร (Financial Inclusion) ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้าและขับเคลื่อนเศรษฐกิจการเงินดิจิทัลของไทยอย่างยั่งยืน
สำหรับปี 2569 บริษัทวางเป้าหมาย อัตราการเติบโตของสินเชื่อตัวเลขหลักเดียวระดับต่ำถึงกลาง และอัตราการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ ตัวเลขหลักเดียวระดับกลางถึงสูง รวมทั้งส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ ที่ระดับ 3.0-3.2% ขณะที่วางเป้าหมาย อัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อ 1.35-1.55%
ยอดนิยม
BBL ปี 68 มีกำไร 4.6 หมื่นลบ. หลังมีรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ตั้งสำรองในไตรมาส 4/68 ลดลง
KBANK ปี 68 มีกำไร 4.95 หมื่นลบ. ลดลง 0.8% หลังกำไรจากการดำเนินหด เหตุรายได้ดอกเบี้ยลดลงกว่า 7.33%
ต่างชาติซื้อหุ้นไทย 5 วันติด มูลค่ารวม 13,093 ล้านบาท หนุนยอดซื้อสะสมต้นปีกว่า 7.4 พันลบ.
“โบรกฯบัวหลวง” แนะเลี่ยง TTB หวั่นกำไรปี 69-70 ดิ่งไม่หยุด เซ่นพิษสิทธิประโยชน์ภาษีลดลง