Talk of The Town

3 หุ้นอิเล็กฯ กำไรปี 69 เจอแรงกดดัน บาทแข็ง-ภาษีทรัมป์ ป่วนไม่เลิก


21 มกราคม 2569

กลุ่มสินค้าส่งออกในปีที่ผ่านมา ต้องสะดุดชั่วคราวกับนโยบายภาษีทรัมป์ ซึ่งสินค้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ก็เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอันดับต้น แต่ผลกระทบดังกล่าวยังไม่ได้จบเพียงแค่ปี 2568 ในปี 2569 ก็ยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายด้านจนทำให้นักวิเคราะห์ต้องปรับลดเป้าหมายกำไรลง

3-หุ้นอิเล็กฯ-กำไรปี-69-เจอแรงกดดัน_S2T-(เว็บ)_0.jpg

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด คาดว่ากลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะยังคงมีปัจจัยกดดันหลายอย่างในปี 2569 โดยความท้าทายสําหรับกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะประกอบด้วย ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปที่เกิดขึ้นล่าสุด ที่จะส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในภาพรวมโดยเฉพาะกลุ่ม EV

โดยการส่งออกจากยุโรปไปสหรัฐฯ คิดเป็นประมาณ 25–30% ของปริมาณการส่งออก EV ทั้งหมด มองว่าประเด็นนี้เป็นปัจจัยลบต่อกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะสําหรับ KCE เนื่องจากยอดขายที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์คิดเป็น 70% ของรายได้รวม

หากพิจารณาสัดส่วนรายได้ตามภูมิภาค ยอดขายของ KCE มาจากการส่งออกไปยุโรป 50% และสหรัฐฯ 15% ขณะที่ DELTA มีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกไปสหรัฐฯ 35% และยุโรปประมาณ 21% (เยอรมนี 15%, เนเธอร์แลนด์ 5% และนอร์เวย์ 1%) ส่วน HANA มีสัดส่วนการส่งออกไปสหรัฐฯ และยุโรปอยู่ที่ 24% และ 17% ของยอดขายรวมตามลําดับ

ขณะที่การแข็งค่าอย่างต่อเนื่องของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2569 อิงจากสมมติฐานค่าเงินบาทเป็น 32.2 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2569-2570  ลดลงจาก 33.7 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งพบว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทุกๆ 1 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อกําไรปกติของ DELTA, HANA และ KCE ที่ 5.1%, 6.7% และ 7.8% ตามลําดับ

และราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวขึ้นแรง เช่น ทองแดง (สําหรับ PCB, laminate และ copper foil) ซึ่งจะกระทบต่อกําไรปกติของ KCE และทองคํา (สําหรับ wire bonding ในเซมิคอนดักเตอร์) ซึ่งจะส่งผลกระทบเล็กน้อยต่อ DELTA และ HANA

ดังนั้น ปรับลดประมาณการกําไรของกลุ่มลง นำโดยประมาณการกําไรปกติปี 2569 ของ DELTA ลดลง 5% มาอยู่ที่ 2.68 หมื่นล้านบาท (ตํ่ากว่าตลาดคาด 14%) และลดลง 6% ในปี 2570 เพื่อสะท้อนสมมติฐานค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้รวมรายได้จากผลิตภัณฑ์ liquid cooling ใหม่เข้ามาในประมาณการ

ส่วน HANA ยังคงประมาณการกําไรปกติปี 2569 ไว้ที่  953 ล้านบาท (ตํ่ากว่าตลาดคาด 30%) เนื่องจากได้รวมความต้องการผลิตภัณฑ์โดยรวมที่อ่อนแอ โดยเฉพาะธุรกิจ PMS ที่คาดว่าจะยังคงขาดทุนต่อเนื่อง และสมมติฐานค่าเงินบาทที่ 32.2 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เข้ามาในประมาณการแล้ว

ขณะที่ KCE ปรับประมาณการกําไรปกติปี 2569 ลดลง 18.4% มาอยู่ที่ 790 ล้านบาท (ตํ่ากว่าตลาดคาด 34%) และลดลง 17.3% ในปี 2570 เพื่อสะท้อนผลกระทบสองด้านจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ คาดการณ์ไว้ที่ 32.2 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2569-2570) และสมมติฐานราคาทองแดงใหม่ที่ 12,500 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน (เพิ่มขึ้นจาก 11,500 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน) พร้อมกับปรับสมมติฐานอัตรากําไรขั้นต้นปี 2569-2570 ลดลงจาก 18.5% มาอยู่ที่ 17.1% 

ทั้งนี้ ปรับคําแนะนําสําหรับ KCE ลดลงจาก NEUTRAL มาอยู่ที่ UNDERPERFORM เนื่องจาก KCE จะได้รับผลกระทบเชิงลบมากที่สุดจากราคาทองแดงที่ปรับตัวขึ้นแรงและแนวโน้มความต้องการ EV ที่อ่อนแอ โดยปรับราคาเป้าหมาย ใหม่เป็น 14.3 บาท

ขณะที่คงคําแนะนํา NEUTRAL สําหรับ DELTA เนื่องจากความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่แข็งแกร่งจะถูกหักล้างโดยมูลค่าหุ้นที่สูง โดยปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 195 บาท เช่นเดียวกันกับคงคําแนะนํา NEUTRAL สําหรับ HANA เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สําหรับผู้บริโภคและ EV ที่อ่อนแอ

 3-หุ้นอิเล็กฯ-กำไรปี-69-เจอแรงกดดัน_0.jpg