กลุ่มสินค้าส่งออกในปีที่ผ่านมา ต้องสะดุดชั่วคราวกับนโยบายภาษีทรัมป์ ซึ่งสินค้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ก็เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอันดับต้น แต่ผลกระทบดังกล่าวยังไม่ได้จบเพียงแค่ปี 2568 ในปี 2569 ก็ยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายด้านจนทำให้นักวิเคราะห์ต้องปรับลดเป้าหมายกำไรลง
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด คาดว่ากลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะยังคงมีปัจจัยกดดันหลายอย่างในปี 2569 โดยความท้าทายสําหรับกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะประกอบด้วย ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปที่เกิดขึ้นล่าสุด ที่จะส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในภาพรวมโดยเฉพาะกลุ่ม EV
โดยการส่งออกจากยุโรปไปสหรัฐฯ คิดเป็นประมาณ 25–30% ของปริมาณการส่งออก EV ทั้งหมด มองว่าประเด็นนี้เป็นปัจจัยลบต่อกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะสําหรับ KCE เนื่องจากยอดขายที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์คิดเป็น 70% ของรายได้รวม
หากพิจารณาสัดส่วนรายได้ตามภูมิภาค ยอดขายของ KCE มาจากการส่งออกไปยุโรป 50% และสหรัฐฯ 15% ขณะที่ DELTA มีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกไปสหรัฐฯ 35% และยุโรปประมาณ 21% (เยอรมนี 15%, เนเธอร์แลนด์ 5% และนอร์เวย์ 1%) ส่วน HANA มีสัดส่วนการส่งออกไปสหรัฐฯ และยุโรปอยู่ที่ 24% และ 17% ของยอดขายรวมตามลําดับ
ขณะที่การแข็งค่าอย่างต่อเนื่องของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2569 อิงจากสมมติฐานค่าเงินบาทเป็น 32.2 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2569-2570 ลดลงจาก 33.7 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งพบว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทุกๆ 1 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อกําไรปกติของ DELTA, HANA และ KCE ที่ 5.1%, 6.7% และ 7.8% ตามลําดับ
และราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวขึ้นแรง เช่น ทองแดง (สําหรับ PCB, laminate และ copper foil) ซึ่งจะกระทบต่อกําไรปกติของ KCE และทองคํา (สําหรับ wire bonding ในเซมิคอนดักเตอร์) ซึ่งจะส่งผลกระทบเล็กน้อยต่อ DELTA และ HANA
ดังนั้น ปรับลดประมาณการกําไรของกลุ่มลง นำโดยประมาณการกําไรปกติปี 2569 ของ DELTA ลดลง 5% มาอยู่ที่ 2.68 หมื่นล้านบาท (ตํ่ากว่าตลาดคาด 14%) และลดลง 6% ในปี 2570 เพื่อสะท้อนสมมติฐานค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้รวมรายได้จากผลิตภัณฑ์ liquid cooling ใหม่เข้ามาในประมาณการ
ส่วน HANA ยังคงประมาณการกําไรปกติปี 2569 ไว้ที่ 953 ล้านบาท (ตํ่ากว่าตลาดคาด 30%) เนื่องจากได้รวมความต้องการผลิตภัณฑ์โดยรวมที่อ่อนแอ โดยเฉพาะธุรกิจ PMS ที่คาดว่าจะยังคงขาดทุนต่อเนื่อง และสมมติฐานค่าเงินบาทที่ 32.2 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เข้ามาในประมาณการแล้ว
ขณะที่ KCE ปรับประมาณการกําไรปกติปี 2569 ลดลง 18.4% มาอยู่ที่ 790 ล้านบาท (ตํ่ากว่าตลาดคาด 34%) และลดลง 17.3% ในปี 2570 เพื่อสะท้อนผลกระทบสองด้านจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ คาดการณ์ไว้ที่ 32.2 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2569-2570) และสมมติฐานราคาทองแดงใหม่ที่ 12,500 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน (เพิ่มขึ้นจาก 11,500 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน) พร้อมกับปรับสมมติฐานอัตรากําไรขั้นต้นปี 2569-2570 ลดลงจาก 18.5% มาอยู่ที่ 17.1%
ทั้งนี้ ปรับคําแนะนําสําหรับ KCE ลดลงจาก NEUTRAL มาอยู่ที่ UNDERPERFORM เนื่องจาก KCE จะได้รับผลกระทบเชิงลบมากที่สุดจากราคาทองแดงที่ปรับตัวขึ้นแรงและแนวโน้มความต้องการ EV ที่อ่อนแอ โดยปรับราคาเป้าหมาย ใหม่เป็น 14.3 บาท
ขณะที่คงคําแนะนํา NEUTRAL สําหรับ DELTA เนื่องจากความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่แข็งแกร่งจะถูกหักล้างโดยมูลค่าหุ้นที่สูง โดยปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 195 บาท เช่นเดียวกันกับคงคําแนะนํา NEUTRAL สําหรับ HANA เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สําหรับผู้บริโภคและ EV ที่อ่อนแอ

ยอดนิยม
“กรณ์” จี้ กลต.ระงับโอนเงิน! หลัง CAI เทขาย BCPG หนัก กลางข่าวฉาว! ฟอกเงินข้ามชาติ
BCPG เคลียร์ปมร้อน หลัง CAI โดนสอบปมเอี่ยวฟอกเงิน ย้ำแค่ผู้ถือหุ้น ไม่มีส่วนบริหาร
สัญญาณอันตราย! วิกฤตน้ำมัน ดันต้นทุน บจ. พุ่ง โบรกฯ หั่นเป้า SET ปีนี้เหลือ 1,440 จุด