"กร" ลั่นผิดหวังการทำงาน ก.ล.ต. ชี้ต้องเร่งความเชื่อมั่นตลาดหุ้นไทย จี้ควรเร่งแก้ไขปัญหานอมินีทุนเทา

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยในงานสัมมนา “ประชันวิสัยทัศน์ รัฐบาลใหม่ ใครพาเศรษฐกิจ–ตลาดทุนไทยรอด? ของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ว่าการที่จะทำให้ตลาดหุ้นดีนั้น เศรษฐกิจจะต้องดี ซึ่งมี 3 เงื่อนไขที่สำคัญได้แก่1.ความเชื่อมั่น 2.สินค้าในตลาดทุน 3.กติการที่โปร่งใสและเป็นธรรมทั้งในส่วนของโบรกเกอร์และนักลงทุน โดยเรื่องที่มองว่าสำคัญที่สุดคือเรื่องของความเชื่อมั่นเพราะถือเป็นปัญหาหลักสำหรับตลาดทุนไทย ซึ่งประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นคือการทุจริต และการเอารัดเอาเปรียบที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้น โดยสามารถแยกออกมาได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1.พฤติกรรมของผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับตลาดหุ้นการโกงบัญชี การซื้อขาย เช่นในกรณีหุ้น MORE และ STARK ประเภทที่ 2 เรื่องการใช้ตลาดหุ้นเป็นแหล่งฟอกเงิน ซึ่งทั้งสองเรื่องมีส่วนที่เกี่ยวข้องกัน ทั้งนี้อันดับแรกนั้นไม่สามารถปฎิเสธได้เลยว่าโบรกเกอร์มีส่วนว่าใครที่จะเข้ามาดำเนินการซื้อขายหุ้นจะต้องซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ ฉะนั้นหากมีผู้ที่ซื้อขายที่เป็นส่วนที่ไม่ต้องการให้มามีส่วนเกี่ยวข้องกับตลาดหุ้น ถือเป็นด่านแรกที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นหน้าที่ของโบรกเกอร์
ส่วนที่สองก็คือตลาดหลักทรัพย์ฯในฐานะหน้าที่ของผู้ที่คอยติดตามพฤติกรรมของการซื้อขาย ซึ่งที่สำคัญก็คือฝ่ายที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงก็คือ ก.ล.ต. ซึ่งต้องขอพูดตามตรงว่าผิดหวังในการทำงานของ ก.ล.ต. และคิดว่าถ้าจะทำให้ความน่าเชื่อถือของตลาดหุ้นกลับคืนมา ต้องเอาจริงกับเรื่องนี้ขณะเดียวกันปฏิเสธไม่ได้ว่าอยู่ที่การบริหาร อยู่ที่ภาครัฐ และต้องยอมรับว่าภาพลักษณ์ขององค์กรมีความสำคัญต่อความน่าเชื่อถือ และมีความสำคัญมากมากกว่ากลุ่มคน โดยตนยังข้องใจวันนี้มีกรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่มีข้อกล่าวหาเกี่ยวโยงกับประเด็นปัญหาเรื่องของการทำตัวเป็นนอมินีโยงกับทุนเทาที่มีเรื่องของการฟอกเงินต่างๆยังดำรงตำแหน่งในตลาดหลักทรัพย์ได้จนถึงทุกวันนี้
นอกจากนี้ นายกรณ์ ยังได้กล่าวถึงกรณีที่ประธาน ก.ล.ต. กับการลงนาม MOU ที่รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ระบุว่าเป็น MOU ที่อัปยศ และขณะนี้ DSI กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนข้อเท็จ ซึ่งหากมีการดำเนินการอย่างจริงจังและให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ขององค์กร จะสามารถเรียกคืนศรัทธาและความน่าเชื่อให้กลับคืนสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะนั้นในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จะเอาจริงกับเรื่องแบบนี้
ทั้งนี้มองว่าตำแหน่งประธาน ก.ล.ต.อำนาจโดยตรงอยู่ที่คณะรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งถ้าเอาจริงกับเรื่องในลักษณะแบบนี้สามารถดำเนินการได้ทันที อย่างไรก็ตามหากก.ล.ต.มองว่ายังมีอำนาจไม่เพียงพอ สามารถบอกได้ จะมีการเพิ่มอำนาจให้ และที่สำคัญอีก 2 ประเด็นที่จะช่วยตลาดทุนไทยได้คือการที่ตลาดหุ้นไทยจะต้องมีสินค้าที่ดี และเปิดให้เสรมีการแข่งขันที่เป็นธรรม ส่งที่จะเกิดขึ้นคือการลงทุนโดยบริษัทใหม่ๆ ซึ่งกติกาคือต้องมีแผนการลดหย่อนภาษี รวมถึงกติการการซื้อขายหุ้น และความกังวลเรื่องของโปรแกรมเทรด HFT ที่จะต้องดำเนินการเป็นธรรมกับรายย่อย ซึ่งประเด็นที่กล่าวมาทั้งหมดจะสามารถช่วยฟื้นตลาดหุ้นไทยได้
ยอดนิยม
“สารัชถ์” ใส่ไม่ยั้ง! ทุ่ม 369 ลบ. ซื้อ GULF เพิ่มกว่า 8.6 ล้านหุ้น ในช่วงราคา 42.43-43 บาท
TASCO กำลังได้ประโยชน์ หลังสหรัฐฯเริ่มขายน้ำมันของเวเนฯ ช่วยหนุนกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น
โบรกฯ สกัดแรงขายหุ้นโรงพยาบาล เตือนตลาดแพนิคหุ้นแรงเกินไป Co-payment ไม่กระทบลูกค้าเดิม
ITD เคราะห์ซ้ำ! ความเชื่อมั่นสั่น หลังเครนถล่ม เสี่ยงกระทบงานใหม่ พบความสามารถจ่ายหนี้น่าห่วง