Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 13-01-2569 (ทองคำพุ่งปรี๊ด!ราคาจะวิ่งไปถึงไหนนะ?)
Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 13-01-2569 (ทองคำพุ่งปรี๊ด!ราคาจะวิ่งไปถึงไหนนะ?)
13-01-2569 สวัสดี “ปีม้า” ค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ
***ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทะลุระดับ ~4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในตลาดโลก จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) ขณะนี้ ส่วนในประเทศไทยเมื่อวานนี้ (12 มกราคม 2569 / 2026 ราคาทองคำในไทย ปรับขึ้นประมาณ +550 บาท เมื่อเทียบกับก่อนหน้า โดยราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่ ประมาณ 67,450 บาท/บาททองคำ และทองรูปพรรณขายออกที่ ประมาณ 68,250 บาท/บาททองคำ
***เชื่อว่าสิ่งที่ทุกคนอยากรู้ตอนนี้คือ..แล้วราคาทองยังจะไปต่อมั้ย? ถ้าไปต่อ..ราคาจะพุ่งไปอีกไกลแค่ไหน? ถ้าลงทุนแล้ว..แนวรับ กับ แนวต้านอยู่ที่ไหน
***ก่อนจะตอบคำถามนี้..เจ๊ไปค้นข้อมูลมาเล่าสู่กันฟังก่อนถึงปัจจัยบวกและปัจจัยลบที่มีผลต่อราคาทองคำ ดังนี้
ปัจจัยบวก (Bullish / ราคาขึ้น)
1.ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศและความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพเศรษฐกิจ ทำให้เงินทุนไหลเข้าสู่ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางหรือปัญหาทางการเมืองในสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาทองเพิ่มขึ้น
2.ความคาดหวังนโยบายธนาคารกลาง (Fed)
ตลาดคาดว่า มีโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ย หากเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนของทองคำ (เพราะทองไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย) และทำให้ราคาทองสูงขึ้น
3.ความต้องการจากธนาคารกลางและนักลงทุนสถาบัน
ธนาคารกลางหลายประเทศเพิ่มการถือครองทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยง และกองทุน ETF ทองคำมีเงินไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเสริมความต้องการทองคำในระยะยาว
4. รายงานคาดการณ์ราคาไกล (สถาบันการเงินบางแห่ง)หลายสถาบันคาดว่าราคาทอง อาจสูงถึงระดับ $4,800–$5,000+ ต่อออนซ์ ภายในสิ้นปี 2026 หากแนวโน้มปัจจัยบวกยังดำเนินต่อไป
*** ปัจจัยลบ (Bearish / ความเสี่ยงราคาลง)
1.นโยบายดอกเบี้ยและเศรษฐกิจสหรัฐฯ
หาก Fed ยังคงคุมเข้มนโยบายดอกเบี้ยสูงหรือแสดงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ ราคาทองอาจถูกกดดัน เพราะผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้นจะทำให้ทองดูน่าสนใจน้อยลง
2.อุปทานทองคำที่เพิ่มขึ้น
การผลิตทองคำที่เพิ่มขึ้นจากเหมืองทั่วโลก (และการขุดทองที่มีปริมาณมากขึ้น) อาจทำให้แรงกดดันด้านอุปทานสูงขึ้น หากไม่มีกำลังซื้อที่มากพอ
3.แรงเทคนิคและความผันผวนตลาด
ราคาทองคำอาจมีการ พักตัว/เทคนิคัลรีเทสต์ ในบางช่วง เช่นหลังจากแตะระดับสูงสุด หรือหากแรงขายทำกำไรเกิดขึ้นมากเกินไป (ซึ่งเป็นเรื่องปกติในตลาดโลหะมีค่า)
***คำตอบ..จากที่หาข้อมูลมาได้ คือ ในภาพรวมปัจจัยเชิงบวกยังค่อนข้างเด่น โดยเฉพาะราคาทองคำโลกล่าสุดที่ทะลุระดับสูงสุดประวัติการณ์ และการคาดการณ์จากหลายสถาบันการเงินว่าราคายังมีแนวโน้มเดินหน้าขึ้นต่อเนื่องในปี 2026 โดยเฉพาะหากปัจจัยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงินยังคงอยู่
***มีคำถามต่ออีกว่า หากคำนวณหรือวิเคราะห์เชิงเทคนิค (แนวรับ-แนวต้าน) จะมีผลลัพท์ออกมาอย่างไร..จากการค้นหาข้อมูลมาให้แฟนคลับที่รัก เป็นดังนี้
|
ระดับแนวต้าน |
ความสำคัญ |
ความหมาย |
|
$4,467 |
🚩 แนวต้านแรกที่ต้องทะลุ |
หากผ่านได้ จะคลายแรงขายช่วงสั้น |
|
$4,501–$4,550 |
🔥 โซนแรงต้านสำคัญ |
ถือเป็นจุดกำหนดว่าขาขึ้นจะต่อหรือพักตัว |
|
~$4,600+ |
📈 All-Time High / Major technical barrier |
การยืนเหนือระดับนี้แสดงพลังขาขึ้นสุดแรง |
|
เหนือ $4,650–$4,700 |
💡 จุด breakout ถัดไป |
เปิดทางสำหรับแนวต้านที่สูงกว่า |
สรุป: ถ้าราคาสามารถปิดเหนือ $4,550 / $4,600 ด้วยปริมาณซื้อหนาแน่น ก็มีโอกาสเปิดขึ้นต่อไปสูง
🛡️ แนวรับสำคัญ (Support Levels)
|
ระดับแนวรับ |
ความสำคัญ |
คำอธิบาย |
|
$4,420–$4,398 |
🟢 แนวรับแรก |
โซนรองรับแนวสั้น — ดีดกลับได้ง่าย |
|
~$4,350–$4,400 |
🔎 แนวรับกลาง |
พื้นที่ที่แรงซื้อประวิงก่อนขึ้นต่อ |
|
$4,200–$4,250 |
🧱 แนวรับโซนใหญ่ |
จุดที่สำคัญหากมีการเทขายลึก |
|
ต่ำกว่า $4,150–$4,000 |
⚠️ กำลังเสี่ยงขาลง |
หากหลุดโซนนี้ อาจเข้าสู่correction ที่หนักกว่า |
การยืนเหนือ $4,350–$4,420 ถือเป็นแนวรับเทคนิคที่สำคัญในระยะสั้น
*** โครงสร้างทางเทคนิค (Technical Structure)
ภาพรายวัน (Daily)
-ราคายังอยู่ใน โครงสร้างขาขึ้น (Higher High + Higher Low)
-เบื้องต้นยังไม่มีสัญญาณ reversal ชัดเจน — แต่มีโอกาส พักฐาน / retracement ก่อนขึ้นต่อ หากราคาลงมาทดสอบแนวรับ
Timeframe Weekly
-แนวโน้มหลักยัง Bullish และ trend ไม่หลุด หากราคาอยู่เหนือ $4,200–$4,300
***บทสรุปเชิงเทคนิค
📌 Bias หลัก: Bullish (แนวโน้มขึ้นต่อในกรอบกลางถึงยาว)
📌 แนวที่ต้องจับตา:
✔️ Break & Hold เหนือ $4,467 – $4,550 → Uptrend ต่อ
✔️ Pullback แต่ยังไม่หลุด $4,200 → Trend ยังไม่เปลี่ยน
✔️ หลุด $4,200 แน่นอน → อาจเข้าสู่ correction ลึกมากขึ้น