Talk of The Town

การเมืองกดดันหุ้นโรงไฟฟ้า หวั่นสั่งลดค่า Ft-รื้อสัญญาซื้อขาย โบรกฯ คาดสร้างความเสี่ยงกระทบกำไร


12 มกราคม 2569

จับตานโยบาย 6 พรรคการเมืองใหญ่ที่มีผลต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า 4 ใน 6 พรรค เน้นลดไฟฟ้า เพิ่มกำลังผลิตที่มีต้นทุนต่ำ ส่วน 2 ใน 6 พรรค เน้น ปฏิรูปผ่านการปรับสัญญา PPA เก่าหรือโครงสร้าง Pool gas โบรกฯ ชี้กลุ่มยังมีโอกาสเติบโตไปกับ AI CAPEX Cycle โลก โดยมีไทยกำลังก้าวขึ้นหนึ่งในศูนย์กลาง Data Center อาเซียน

การเมืองกดดันหุ้นโรงไฟฟ้า_S2T (เว็บ)_0.jpg

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการสำรวจนโยบายด้านค่าไฟฟ้าของ 6 พรรคการเมืองใหญ่ที่มีผลต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า แม้มีแนวทางต้องการลดค่าไฟฟ้าลงจากปัจจุบันทุกพรรค แต่มี 2 แนวทางหลัก  

1.) 4 ใน 6 พรรค (ภูมิใจไทยประชาธิปัตย์พลังประชารัฐ และเพื่อไทย) ซึ่งนโยบายลดไฟฟ้า เน้นการเพิ่มกำลังผลิตโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำกว่าระดับปัจจุบัน อาทิ การขยายขยายอายุสัญญา PPA กับโรงไฟฟ้าเก่า และการสนับสนุนการซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนราคาถูกจากประเทศลาว  

2.) 2 ใน 6 พรรค (ประชาชนรวมไทยสร้างชาติ) มีนโยบายในเชิงปฎิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมไฟฟ้าผ่านการปรับสัญญา PPA เก่าหรือโครงสร้าง Pool gas  

โดยฝ่ายวิจัยประเมินผลกระทบนโยบายค่าไฟฟ้าของกลุ่มต่างๆ ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ประเมินผลกระทบค่าไฟฟ้าระยะสั้นค่อนข้างจำกัด ขณะที่การปรับแผนไฟฟ้าระยะยาว จะสร้างโอกาสกับบางบริษัทที่มีความพร้อม อาทิ กรณีการขยายขอบเขตโซล่าร์ชุมชน จะบวกต่อ GULF ที่มีเตรียมพร้อมฐานะการเงินหลังควบรวม INTUCH และ GUNKUL ซึ่งมีธุรกิจรับเหมา EPC (50% ของรายได้) เป็นผู้ได้ประโยชน์หลักจากการได้โครงการไฟฟ้าใหม่ๆ และ GPSC, BGRIM, RATCH ได้ประโยชน์จากการขยายอายุโรงไฟฟ้าเก่าซึ่งปัจจุบันคิดเป็น 7%, 7% และ 16% ของ Operating Equity MW ตามลำดับ  

กลุ่มที่ 2 แม้การปรับโครงสร้างจะไม่เกิดขึ้นในระยะสั้น แต่ประเมินความไม่แน่นอนจะสร้าง Overhang ต่อกลุ่ม โดยเฉพาะการแก้ไขสัญญาที่มีอยู่เดิม ซึ่งยังต้องติดตามรายละเอียดที่แต่ละพรรคจะดำเนินการ อาทิ การเจรจากับเอกชน แนวทางการจ่ายชดเชยเพื่อปรับเปลี่ยนสัญญา รวมถึงประเด็นฟ้องร้องที่น่าจะเกิดขึ้นตามมา หากแนวทางรัฐฯ - เอกชนไม่ตรงกัน  

ทั้งนี้ แม้นโยบายทั้ง 2 กลุ่มจะไม่ลดค่าไฟฟ้ามีนัยฯ ทันที อย่างไรก็ตาม หากมีการพิจารณาปรับลดบางส่วนผ่านค่า Ft โดยตรง ทุกๆ ค่าไฟที่ปรับตัวลง 1 สตางค์จะสร้าง Downside ต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP มีผลต่อประมาณการปี 2569 ของ GPSC, BGRIM ที่ 0.84% และ 0.88% ตามลำดับ 

อย่างไรก็ตาม แม้มีความไม่แน่นอนระยะสั้น แต่ระดับ Valuation ของกลุ่มถูก De-rate ต่อเนื่อง ซื้อขายต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ยมานานกว่า 3 ปี โดยปัจจุบันซื้อขายที่บริเวณ Forward PER -1.0 SD ซึ่งส่วนลดค่าเฉลี่ยราว -30% สะท้อนความเสี่ยงกฎระเบียบระดับหนึ่ง  

โดยภาพหลักของกลุ่มมีโอกาสเติบโตไปกับ AI CAPEX Cycle โลก โดยมีไทยกำลังก้าวขึ้นหนึ่งในศูนย์กลาง Data Center อาเซียน ดังนั้นระยะสั้นจึงยังคงน้ำหนักกลุ่ม Bullish เลือก GULF (แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 59 บาท) และ BGRIM (แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 19 บาท) เป็น Top picks