การเมืองกดดันหุ้นโรงไฟฟ้า หวั่นสั่งลดค่า Ft-รื้อสัญญาซื้อขาย โบรกฯ คาดสร้างความเสี่ยงกระทบกำไร
จับตานโยบาย 6 พรรคการเมืองใหญ่ที่มีผลต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า 4 ใน 6 พรรค เน้นลดไฟฟ้า เพิ่มกำลังผลิตที่มีต้นทุนต่ำ ส่วน 2 ใน 6 พรรค เน้น ปฏิรูปผ่านการปรับสัญญา PPA เก่าหรือโครงสร้าง Pool gas โบรกฯ ชี้กลุ่มยังมีโอกาสเติบโตไปกับ AI CAPEX Cycle โลก โดยมีไทยกำลังก้าวขึ้นหนึ่งในศูนย์กลาง Data Center อาเซียน_0.jpg)
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการสำรวจนโยบายด้านค่าไฟฟ้าของ 6 พรรคการเมืองใหญ่ที่มีผลต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า แม้มีแนวทางต้องการลดค่าไฟฟ้าลงจากปัจจุบันทุกพรรค แต่มี 2 แนวทางหลัก
1.) 4 ใน 6 พรรค (ภูมิใจไทย, ประชาธิปัตย์, พลังประชารัฐ และเพื่อไทย) ซึ่งนโยบายลดไฟฟ้า เน้นการเพิ่มกำลังผลิตโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำกว่าระดับปัจจุบัน อาทิ การขยาย, ขยายอายุสัญญา PPA กับโรงไฟฟ้าเก่า และการสนับสนุนการซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนราคาถูกจากประเทศลาว
2.) 2 ใน 6 พรรค (ประชาชน, รวมไทยสร้างชาติ) มีนโยบายในเชิงปฎิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมไฟฟ้าผ่านการปรับสัญญา PPA เก่าหรือโครงสร้าง Pool gas
โดยฝ่ายวิจัยประเมินผลกระทบนโยบายค่าไฟฟ้าของกลุ่มต่างๆ ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ประเมินผลกระทบค่าไฟฟ้าระยะสั้นค่อนข้างจำกัด ขณะที่การปรับแผนไฟฟ้าระยะยาว จะสร้างโอกาสกับบางบริษัทที่มีความพร้อม อาทิ กรณีการขยายขอบเขตโซล่าร์ชุมชน จะบวกต่อ GULF ที่มีเตรียมพร้อมฐานะการเงินหลังควบรวม INTUCH และ GUNKUL ซึ่งมีธุรกิจรับเหมา EPC (50% ของรายได้) เป็นผู้ได้ประโยชน์หลักจากการได้โครงการไฟฟ้าใหม่ๆ และ GPSC, BGRIM, RATCH ได้ประโยชน์จากการขยายอายุโรงไฟฟ้าเก่าซึ่งปัจจุบันคิดเป็น 7%, 7% และ 16% ของ Operating Equity MW ตามลำดับ
กลุ่มที่ 2 แม้การปรับโครงสร้างจะไม่เกิดขึ้นในระยะสั้น แต่ประเมินความไม่แน่นอนจะสร้าง Overhang ต่อกลุ่ม โดยเฉพาะการแก้ไขสัญญาที่มีอยู่เดิม ซึ่งยังต้องติดตามรายละเอียดที่แต่ละพรรคจะดำเนินการ อาทิ การเจรจากับเอกชน แนวทางการจ่ายชดเชยเพื่อปรับเปลี่ยนสัญญา รวมถึงประเด็นฟ้องร้องที่น่าจะเกิดขึ้นตามมา หากแนวทางรัฐฯ - เอกชนไม่ตรงกัน
ทั้งนี้ แม้นโยบายทั้ง 2 กลุ่มจะไม่ลดค่าไฟฟ้ามีนัยฯ ทันที อย่างไรก็ตาม หากมีการพิจารณาปรับลดบางส่วนผ่านค่า Ft โดยตรง ทุกๆ ค่าไฟที่ปรับตัวลง 1 สตางค์จะสร้าง Downside ต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP มีผลต่อประมาณการปี 2569 ของ GPSC, BGRIM ที่ 0.84% และ 0.88% ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม แม้มีความไม่แน่นอนระยะสั้น แต่ระดับ Valuation ของกลุ่มถูก De-rate ต่อเนื่อง ซื้อขายต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ยมานานกว่า 3 ปี โดยปัจจุบันซื้อขายที่บริเวณ Forward PER -1.0 SD ซึ่งส่วนลดค่าเฉลี่ยราว -30% สะท้อนความเสี่ยงกฎระเบียบระดับหนึ่ง
โดยภาพหลักของกลุ่มมีโอกาสเติบโตไปกับ AI CAPEX Cycle โลก โดยมีไทยกำลังก้าวขึ้นหนึ่งในศูนย์กลาง Data Center อาเซียน ดังนั้นระยะสั้นจึงยังคงน้ำหนักกลุ่ม Bullish เลือก GULF (แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 59 บาท) และ BGRIM (แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 19 บาท) เป็น Top picks
ยอดนิยม
การเมืองกดดันหุ้นโรงไฟฟ้า หวั่นสั่งลดค่า Ft-รื้อสัญญาซื้อขาย โบรกฯ คาดสร้างความเสี่ยงกระทบกำไร
BGRIM ทุ่มงบ 7.24 พันล้านบาท ซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในสหรัฐฯ สัดส่วน 25% ขนาดกำลังผลิต 406 เมกะวัตต์
ระทึก! ITD หุ้นกู้รอจ่าย 2 พันลบ. “ทริส” ชี้ความสามารถจ่ายหนี้น่าห่วง แถมเครดิตจ่อลงเขียง ถูกหั่นซ้ำ
หุ้นกลุ่ม “ซีพี” อ่วมทั้งเครือ! ปี 68 ราคาร่วงยับยกแผง ทำนักลงทุนเจ็บหนักถ้วนหน้า