เปิดเกมใหม่ตลาดทุน “หุ้นน้ำเมา” จะเป็นโอกาสฟื้น IPO หรือจุดเสี่ยงภาพลักษณ์ตลาดหุ้นไทย
Mr.Data

แนวคิดจากประธานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่เสนอให้พิจารณาเปิดทางธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าสู่ตลาดทุน ได้จุดประเด็นถกเถียงในวงการตลาดหุ้นอีกครั้ง หลังจากธุรกิจกลุ่มนี้ถูกกันออกจากตลาดมาอย่างยาวนานภายใต้เหตุผลด้านความเหมาะสมและภาพลักษณ์ทางสังคม
อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นไทยกำลังเผชิญความท้าทาย ทั้งจำนวนบริษัทจดทะเบียนใหม่ที่ลดลง คุณภาพ IPO ที่ถูกตั้งคำถาม และการแข่งขันดึงดูดเงินทุนกับตลาดต่างประเทศ แนวคิดดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงเรื่องศีลธรรม หากแต่เป็นโจทย์เชิงโครงสร้างว่า ตลาดทุนไทยควรเปิดกว้างเพียงใดในโลกการเงินยุคใหม่
ธุรกิจน้ำเมา อุตสาหกรรมที่ตลาดหุ้นไทย “ขาดหาย”
ในมุมมองเชิงการลงทุน ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีรายได้สม่ำเสมอ มีอัตรากำไรสูง และได้รับผลกระทบจากวัฏจักรเศรษฐกิจน้อยกว่าหลายกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะในประเทศที่มีการบริโภคภายในและการท่องเที่ยวเป็นฐานสำคัญ
ตลาดหุ้นชั้นนำทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น ยุโรป หรือสหรัฐ ล้วนมีหุ้นเบียร์และสุราเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตลาด และถูกมองเป็นหุ้นเชิงป้องกันความเสี่ยง (Defensive Stock) ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว
ตรงกันข้าม ตลาดหุ้นไทยกลับไม่มีบริษัทในกลุ่มนี้เข้าจดทะเบียนโดยตรง ส่งผลให้โครงสร้างตลาดกระจุกตัวอยู่ในหุ้นธนาคาร พลังงาน และอุตสาหกรรมวัฏจักร ซึ่งจำกัดทางเลือกของนักลงทุนในระยะยาว
ใครมีโอกาส หากตลาดเปิดจริง
หากตลาดหลักทรัพย์กำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจน นักวิเคราะห์ประเมินว่าบริษัทที่มีศักยภาพจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีแบรนด์แข็งแรง มีส่วนแบ่งตลาดชัดเจน และมีโครงสร้างธุรกิจโปร่งใส
กลุ่มที่ถูกจับตามอง ได้แก่ ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ในประเทศ ธุรกิจสุราระดับพรีเมียม และบริษัทเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพขยายตลาดต่างประเทศ
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวในแวดวงตลาดทุนย้ำว่า การพิจารณาไม่ควรยึดเพียงความเป็นแบรนด์ดัง หากแต่ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพกำไร การกำกับดูแลกิจการ และความสามารถสร้างมูลค่าในระยะยาว
บทเรียนจากอดีต กรณีเบียร์ช้าง
กรณีของ “เบียร์ช้าง” มักถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างสำคัญ โดยสาเหตุที่ไม่สามารถเข้าจดทะเบียนในอดีต ไม่ได้เกิดจากข้อจำกัดทางธุรกิจ หากแต่เป็นเรื่องโครงสร้างองค์กรและแนวนโยบายของตลาด
ธุรกิจดังกล่าวอยู่ภายใต้โฮลดิ้งที่มีการดำเนินกิจการหลากหลาย ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดทุนไทยเลือกยืนอยู่บนหลักความเหมาะสมทางสังคมมากกว่าการเปิดกว้างเชิงอุตสาหกรรม
นักวิเคราะห์มองว่า หากในอนาคตมีการปรับเกณฑ์ให้ชัดเจน และสามารถแยกโครงสร้างธุรกิจได้อย่างโปร่งใส ความเป็นไปได้ในการเข้าตลาดก็ไม่อาจปิดตายโดยสิ้นเชิง
ผลดี–ผลเสียต่อภาพรวมตลาดหุ้น
ในด้านบวก การเปิดทางให้หุ้นกลุ่มนี้เข้าจดทะเบียนอาจช่วยเพิ่มความหลากหลายของอุตสาหกรรมในตลาดทุน ดึงดูดนักลงทุนสถาบันและต่างชาติที่คุ้นเคยกับหุ้นกลุ่มเครื่องดื่ม และช่วยยกระดับตลาด IPO ที่ซบเซาในช่วงที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ยังช่วยลดการพึ่งพาหุ้นกลุ่มหลักเพียงไม่กี่อุตสาหกรรม และเพิ่มทางเลือกให้แก่นักลงทุนที่มองหาหุ้นกระแสเงินสดมั่นคง
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงก็มีอยู่ไม่น้อย ทั้งประเด็นภาพลักษณ์ตลาดทุน ความกังวลด้าน ESG และความไม่แน่นอนของนโยบายภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นภาษีสรรพสามิต การควบคุมการโฆษณา หรือกฎหมายเฉพาะทาง ซึ่งอาจกระทบต่อการประเมินมูลค่าในระยะยาว
มุมมองนักลงทุน ไม่ใช่ทุกคนจะซื้อ
แหล่งข่าวในวงการกองทุนชี้ว่า นักลงทุนสายเน้นคุณค่าอาจมองหุ้นกลุ่มนี้เป็นทางเลือก หากสามารถสร้างกระแสเงินสดและจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอ ขณะที่นักลงทุนสายเติบโตจะเลือกเฉพาะบริษัทที่มีศักยภาพขยายตลาดและพัฒนาสินค้ามูลค่าเพิ่ม
ในทางกลับกัน กองทุนที่ยึดหลัก ESG อย่างเคร่งครัดอาจหลีกเลี่ยงการลงทุน ส่งผลให้ฐานผู้ลงทุนจำกัดในบางช่วงเวลา
เปิดได้ แต่ต้องไม่เปิดแบบเหมาเข่ง
แนวคิดการเปิดทาง “หุ้นน้ำเมา” เข้าสู่ตลาดทุน ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูปในการฟื้นตลาดหุ้นไทย แต่สะท้อนความพยายามของตลาดหลักทรัพย์ในการปรับตัวต่อโครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า หากจะเปิดจริง ตลาดต้องกำหนดกรอบที่ชัด คัดเลือกบริษัทอย่างเข้มงวด และสื่อสารกับนักลงทุนอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้การเข้าจดทะเบียนเป็นการยกระดับคุณภาพตลาด ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวน IPO
...ท้ายที่สุด หุ้นน้ำเมาอาจไม่ใช่พระเอกของตลาดทุนไทย แต่หากจัดวางให้ถูกที่ ก็อาจเป็นอีกหนึ่งหมากสำคัญในกระดานตลาดทุนระยะยาว