จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : PCE ผนึกพันธมิตรญี่ปุ่นต่อยอด สินค้า High-Margin บุกส่งออก หนุนรายได้เติบโต Double Digit


06 มกราคม 2569

บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) ต่อยอดสร้างการเติบโต จับมือพันธมิตรญี่ปุ่น ขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ ดันสัดส่วนแตะ 50% ของรายได้จากการขายทั้งหมด ขณะเดียวกันก็ต่อยอดบุกตลาดสินค้า High-Margin หนุนรายได้เติบโตทำสถิติออลไทม์ไฮ


PCE ผนึกพันธมิตรญี่ปุ่นต่อยอด_รายงานพิเศษ (เ_.jpg

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 69 ที่มีความท้าทายทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยปีนี้มีโอกาสที่จะขยายตัวได้เพียง 1.5% การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและการขยายตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศจึงเป็นโอกาสที่จะสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับธุรกิจ 

ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางและกลยุทธ์การทำธุรกิจของ บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) โดยนายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร ระบุ แผนดำเนินงานสำหรับปี 2569 บริษัทฯตั้งเป้าปรับโครงสร้างช่องทางจำหน่ายเพื่อขยายฐานลูกค้าต่างประเทศให้เป็นสัดส่วน 50% ของรายได้จากการขายทั้งหมด จากระดับปัจจุบันที่ราว 40% โดยจะลดสัดส่วนการขายในประเทศลงเหลือ 50% จากเดิมประมาณ 60% เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าเชิงมูลค่าสูง

"ตามแผนการขยายตลาดในต่างประเทศ PCE จะร่วมมือกับ The Nisshin OiliO Group, Ltd ซึ่งเป็นเครือธุรกิจที่มีเครือข่ายจำหน่ายครอบคลุมกว่า 50 ประเทศ และมีความเชี่ยวชาญในกลุ่ม Specialty Fat และผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ใช้เป็นวัตถุดิบต่อยอด เช่น Cocoa Butter และไขมันสำหรับอุตสาหกรรมเบเกอรี่ ช็อกโกแลต และเวชสำอาง โดยพันธมิตรรายนี้มีจุดแข็งด้านการเป็น B2B Specialty Supplier ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงของ PCE เข้าถึงตลาดเชิงอุตสาหกรรมได้รวดเร็วและมีช่องทางการจัดจำหน่ายระดับโลก"

ในด้านผลิตภัณฑ์ บริษัทฯให้ความสำคัญกับการพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำมันปาล์มและน้ำมันเมล็ดในปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ (High Margin Value) ที่เป็นวัตถุดิบสามารถใช้งานได้ทั้งด้านการประกอบอาหาร เช่น ไขมันสำหรับช็อกโกแลต และสินค้าอุปโภคบริโภค หรือ อุตสาหกรรม Oleochemical เช่น ส่วนผสมในเวชสำอาง สบู่ ยาสระผม เป็นต้น ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงกว่า CPO ธรรมดา และมีโอกาสทำกำไรได้มากกว่าการจำหน่ายสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป

สำหรับตลาดในประเทศ PCE ตั้งเป้าขยายฐานสู่กลุ่ม B2C โดยมุ่งเน้นการวางจำหน่ายน้ำมันปาล์มสำหรับประกอบอาหารภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯให้ครอบคลุมทุกช่องทางจำหน่าย พร้อมกันนี้ยังมีแผนเสนอผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ให้กับแบรนด์และร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำในประเทศ เพื่อเพิ่มการรับรู้แบรนด์และสร้างฐานลูกค้าปลีกที่มั่นคง

ส่วนการลงทุนโรงสกัด CPO เฟส 2 มูลค่าลงทุน 180 ล้านบาท อยู่ระหว่างการทดสอบระบบ จะเริ่มให้ผลเชิงพาณิชย์ในปี 2569 ซึ่งจะสนับสนุนปริมาณทะลายปาล์มที่เข้ามาในไตรมาส 2/2569 และเมื่อโรงสกัดและโรงกลั่นเฟสถัดไปเดินเครื่องได้เต็มที่ ขณะที่การลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิต ยังคงเดินหน้าสร้างโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) เฟส 3 มูลค่าลงทุน 310 ล้านบาท

โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3/2569 พร้อมกับสร้างโรงกลั่น CPO เพื่อผลิตสินค้า High-Margin เช่น น้ำมันเมล็ดในปาล์ม และน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3/2569 เช่นเดียวกัน ทั้งสองโครงการนี้จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและรองรับการแปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้มาร์จิ้นสูงขึ้น นอกจากนี้ยังเตรียมพร้อมต่อยอดไปยังอุตสาหกรรม Oleochemical โดยมีมูลค่าลงทุนในโรงงาน Fatty Acid 50 ล้านบาท เพื่อเจาะตลาด Consumer Product อาทิ สารลดแรงตึงผิวซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของสบู่ ครีมอาบน้ำ หรือแม้แต่ผลิตวัตถุดิบสำหรับเวชสำอาง

PCE