10 ปี ต่างชาติขายหุ้นไทย 8.4 แสนลบ. ฉุดผลตอบแทนติดลบ 2% สวนทางญี่ปุ่น-เวียดนาม บวกเกิน 100%
นักวิเคราะห์ ระบุตลาดหุ้นไทยเกิดวิกฤตความเชื่อมั่น ทำต่างชาติเทขายหุ้นไทยต่อเนื่อง 10 ปี มูลค่าสูงถึง 8.4 แสนล้านบาท กดดันผลตอบแทนสะสมช่วง 10 ปี ติดลบ2% สวนทางประเทศเพื่อนบ้าน คาดเป็นตัวสะท้อน SET ยังขาดเสน่ห์
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2559 – 2568) ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยรวมกว่า 25,819 ล้านเหรียญฯ หรือราว 8.4 แสนล้านบาท โดยขายหนัก 3 ปีหลัง (ปี 2566, 2567 และ 2568) นักลงทุนต่างชาติเทขายอย่างหนักต่อเนื่อง (5,507 ล้านเหรียญฯ, 4,132 ล้านเหรียญฯ และ 3,256 ล้านเหรียญฯ ตามลำดับ)
โดยส่งผลให้ผลตอบแทนสะสม 10 ปี ของตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ -2% ซึ่งสวนทางกับประเทศอื่นอย่างสิ้นเชิง เช่น ไต้หวัน +238% เวียดนาม +195% ญี่ปุ่น +164% แม้แต่ประเทศที่ต่างชาติขายเหมือนกัน ตลาดก็ยังบวกได้ แสดงว่าเม็ดเงินในประเทศช่วยเหลือแทน
โดยปีนี้จากต้นปีถึงปัจจุบัน สถาบันขาย 32,581 ล้านบาท สาเหตุหลักที่สถาบัน (กองทุน) ขายหุ้นไทย ส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษีโดยในอดีตกองทุน LTF (LONG TERM EQUITY FUND) คือเม็ดเงินหลักที่ช่วยพยุงหุ้นไทย เพราะบังคับถือครองระยะยาวเพื่อลดหย่อนภาษี แต่เมื่อ LTF หมดอายุโครงการและเปลี่ยนเป็น SSF/THAIESG ซึ่งเงื่อนไขไม่จูงใจเท่าเดิม
ดังนั้น สรุปสถานการณ์ตลาดหุ้นไทย เกิดวิกฤตความเชื่อมั่น โดยต่างชาติขายต่อเนื่อง 8 ใน 10 ปี และขายหนักขึ้นเรื่อยๆสะท้อนมุมมองว่าตลาดหุ้นไทย "ขาดเสน่ห์" หรือ "ขาด GROWTH STORY" เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน และขาดแรงพยุงจากสถาบัน ผ่านการยกเลิก LTF เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เม็ดเงินระยะยาวหายไป จึงยากที่จะทำเห็นดัชนีปรับตัวขึ้นแรงๆ ได้ หากไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาดึงดูดฟันด์โฟลว์
ยอดนิยม
UAE ถอนตัวออก “โอเปก” สร้างความไม่แน่นอนต่อน้ำมันโลก โบรกฯ ชี้เป็นจังหวะเก็งกำไรหุ้นพลังงาน
DELTA ทะยานแน่! โบรกฯ ชี้ถ้าหลุดแคชบาลานซ์ ราคาหุ้นจ่อพุ่ง 360 บาท
“บอย ท่าพระจันทร์” จัดหนัก! เข้าซื้อ PLANB เพิ่ม 2.8 ล้านหุ้น ดันมูลค่าถือกว่า 438 ล้านบาท
BJC โดนลงโทษ! โบรกฯ หั่นประมาณการหนัก หลังคาดกำไร Q1-2/69 ดิ่งแรง