ทำความรู้จัก HANN ผู้นำเครือโรงพยาบาลแห่งลุ่มน้ำโขง หุ้นไอพีโอที่ราคาพุ่งแรงเกิน 200%

นักลงทุนคงจะจำได้กันเป็นอย่างดีว่าบริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ HANN เป็นหนึ่งในหุ้นไอพีโอน้องใหม่ที่มีความ “หาญกล้า” เข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วงที่สภาวะตลาดหุ้นไม่เอื้ออำนวยด้วยปัจจัยหลายประการจากภายนอกประเทศและปัจจัยภายในประเทศ
โดยหุ้นของ HANN เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ เมื่อวันที่ 14 ส.ค.2568 ซึ่งมีราคาเสนอขายหุ้นไอพีโอที่ 0.70 บาทต่อหุ้น โดยในช่วงทำการซื้อขายวันแรกราคาหุ้น HANN ปิดตลาดที่ระดับ 2.12 บาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 202.86% ซึ่งถือเป็นหุ้นไอพีโอที่ปรับตัวเพิ่มมากขึ้นที่สุดของตลาดหุ้นไทยในรอบ 2 ปี
HANN มีโรงพยาบาลเอกชนภายใต้กลุ่มบริษัททั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ 1.โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล 2.โรงพยาบาลนายแพทย์หาญ และ 3. โรงพยาบาลรวมแพทย์ยโสธร ซึ่งครอบคลุมกว่า 16 ศูนย์การแพทย์และคลินิก และมีจำนวนเตียงรวมทั้งหมด 148 เตียงในจังหวัดมุกดาหาร และยโสธร โดยได้รับการขนานนามว่าเป็น “ผู้นำเครือโรงพยาบาลแห่งลุ่มน้ำโขง”
นอกจากนี้เอง HANN ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการทุติยภูมิที่ให้บริการรับส่งต่อผู้ป่วยในจังหวัดยโสธร และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนท้องถิ่นในจังหวัดมุกดาหาร ยโสธร และจังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนลูกค้าต่างชาติในแถบลุ่มแม่น้ำโขง เช่นลูกค้าจากสปป.ลาว และกัมพูชา
ทั้งนี้ โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล อยู่ภายใต้การบริหารงานของคุณประภาศรี สุฉันทบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลามากกว่า 30 ปี ได้มุ่งมั่นให้การรักษาพยาบาล และบริการที่มีคุณภาพ รวมทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งทีมแพทย์มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีความชำนาญในการรักษาโรคที่ซับซ้อน
สำหรับเรื่องราวการเติบโตของ HANN จะเป็นอย่างไร และ HANN ใช้กลยุทธ์อะไรเพื่อสร้างการเติบโต รวมไปถึงปัจจัยไหนที่จะช่วยสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ ไปหาคำตอบจาก Infographic นี้
ยอดนิยม
SCC ไตรมาส 1/69 โชว์ EBITDA กว่า 1.74 หมื่นลบ. ผนึก PTTGC เล็งตั้งบริษัทร่วมทุน ลุยธุรกิจปิโตรเคมีในประเทศไทย
โบรกฯ ชี้ SCC ผนึก PTTGC ช่วยเสริมแกร่งธุรกิจปิโตรเคมี หนุนสร้างอัพไซกำไรระยะยาว
เปิดชื่อ 5 หุ้นใหญ่ อาทิตย์หน้าแจ้งงบ Q1 โบรกฯ ชี้มีลุ้นสร้าง เซอร์ไพรส์
ตลาดหุ้นไทยยืนบนความเสี่ยง เหตุ กนง. หั่น “จีดีพี” เหลือโต 1.5% รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจไม่พอ กดดันกำไรบจ.