MEDEZE จัดทัพธุรกิจ เดินหน้าผลิตยาจากสเต็มเซลล์ รายแรกของไทย ชิงตลาด 2.8 หมื่นลบ.

บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE ผู้นำด้านนวัตกรรมทาง ชีวภาพในการรับฝากสเต็มเซลล์ และเติบโตอย่างต่อเนื่องในธุรกิจทางเทคโนโลยีชีวภาพ (BioTec) เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในวงการ “เป็นธนาคารฝากเก็บเซลล์ต้นกำเนิด” มีเซนไคม์ที่ใหญ่ที่สุดและมีประสบการณ์มากที่สุดในประเทศไทย
และอีกก้าวที่สำคัญของ MEDEZE กำลังพลิกโฉมจากธนาคารสเต็มเซลล์ สู่บริษัทไบโอฟาร์มา ผู้ผลิตยาจากสเต็มเซลล์ หรือผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products: ATMPs) รายแรกของไทยและอาเซียน พร้อมวางเป้าหมายภายใน 3 ปี ธุรกิจยาจะกลายเป็นธุรกิจหลัก
นายปิยวัชร ราชพลสิทธิ์ รองประธานกรรมการบริษัท เปิดเผยว่า โครงการ Advanced Therapy Medicinal Products (ATMPs) Sandbox เป็นการร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาเพื่อการบำบัดรักษาขั้นสูงสำหรับการรักษาเชิงลึกแบบเฉพาะบุคคล
โดย MEDEZE เป็นภาคเอกชนเพียงรายเดียวที่ร่วมดำเนินโครงการ ATMPs Sandbox ณ อาคารศูนย์การแพทย์บางรัก และโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยา ครอบคลุม 5 โรค ประกอบด้วย โรคข้อเข่าเสื่อม การชะลอวัย ผิวหน้าเสื่อมตามวัย โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม และมะเร็งลำไส้ มูลค่าตลาดกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ประเมินว่า จะได้รับอนุมัติจากกรรมการจริยธรรม และผ่านมาตรฐาน GMP สำหรับแล็บผลิต ATMP ภายในเดือนกันยายนนี้ และเตรียมเปิดรับอาสาสมัคร 600 คน เข้าร่วมโครงการทดลองรักษาฟรีในช่วงไตรมาส 4/2568 โดยบริษัทตั้งเป้าหมายขึ้นทะเบียนยาอย่างน้อย 2 โรค ภายในไตรมาส 3/2569
หลังจากนั้นบริษัทพร้อมรุกตลาดเชิงพาณิชย์ เจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าระดับสูง คลินิค และโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานระดับสูง โดยวางเป้าหมายปีแรก 2570 จะสร้างรายได้กว่า 300 ล้านบาท และบริษัทวางเป้าหมายภายใน 3 ปี (2570-72) สัดส่วนรายได้จากธุรกิจยาจะกลายเป็นธุรกิจหลัก หรือมีสัดส่วนที่มากกว่า การรับฝากสเต็มเซลล์ และคาดจะเห็นจุดคุ้มทุนภายใน 2 ปี เนื่องจาก มูลค่าการลงทุนไม่สูง เพราะมีร่วมมือกับภาครัฐ โดยวางเป้าหมายขึ้นทะเบียนยาใหม่อย่างน้อย 2 ชนิดต่อปี
จากตัวเลขมูลค่าตลาดที่สูงถึง 2.8 หมื่นล้านบาท บริษัทจึงมีแผนลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างซื้อที่ดิน เพื่อจัดตั้งโรงงาน และเตรียมลงทุนในระบบหุ่นยนต์ประมาณ 400 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการให้บริการ คาดกระบวนการติดตั้งระบบจะเริ่มในปี 2569 และเสร็จสมบูรณ์ในปี 2570
ยอดนิยม
ดร.นิเวศน์ ชี้ถึงเวลา “อวสานเก็งกำไรหุ้นเล็ก” หลังเศรษฐกิจไทยโตช้า ธุรกิจเล็กไม่แข็งแกร่ง
ชำแหละงบ “กกต.” จัดเลือกตั้งล่าสุด ช็อก! มูลค่าสูงถึง 7.8 พันล้านบาท แบ่งเค้กฉ่ำ! ก.ศึกษา-ปกครอง รับเละ
CPAXT-JMT-HANA นำทีม หลุดการคำนวณดัชนี MSCI CPAXT โดนหนักสุด ฉุดเงินไหลออก 2 พันลบ.
เจาะขุมทรัพย์ในตลาดหุ้น "สุชาติ ชมกลิ่น" ว่าที่ สส.ชลบุรี พรรคภูมิใจไทย เจ้าของธุรกิจอสังหาฯ รายใหญ่ในชลบุรี