รายงานพิเศษ : EP ลุย 4 โปรเจควินด์ฟาร์มเวียดนาม เตรียมพร้อมก้าวสู่ "จุดเปลี่ยน" สำคัญ หนุนผลงานและฐานะการเงินแข็งแกร่ง
บมจ.อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป (EP) ภายใต้การบริหารงาน "ยุทธ ชินสุภัคกุล" ประธานกรรมการ กำลังเข้าสู่ "จุดเปลี่ยน"สำคัญทั้งในด้านการดำเนินงานและฐานะการเงิน จากการเดินหน้าโครงการพลังงานลมในเวียดนามควบคู่ไปกับการทำดีลเชิงกลยุทธ์ ขายโรงไฟฟ้าบางส่วน เพื่อลดหนี้และเสริมสภาพคล่อง
4 โปรเจควินด์ฟาร์ม อัพรายได้
ปัจจุบัน EP มีโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามรวม 4 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้ง 160 เมกะวัตต์ ซึ่งทั้งหมดผ่านกระบวนการตรวจรับการก่อสร้าง (CCA) แล้ว หนึ่งในนั้นคือ Huang Linh 3 (HL3) ได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าแห่งชาติเวียดนาม (EVN) แล้ว โดยมีราคาขายไฟฟ้าประมาณ 90% ของอัตราสูงสุดที่กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม (MOIT) กำหนด
โครงการ Huang Linh 4 (HL4) อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายก่อน COD หลังได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้าแล้ว พร้อมสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 14 ล้านบาท/เดือน และมีโอกาสรับรายได้ย้อนหลังจากส่วนต่างค่าไฟฟ้า (Final FIT) เมื่อการเจรจากับ EVN เสร็จสิ้น
ส่วนอีก 2 โครงการในจังหวัดญาลาย กำลังดำเนินการด้านเอกสารสิทธิ์ เพื่อขอใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า คาดว่าจะเริ่ม COD ได้ตามกรอบเวลาที่วางไว้
จ่อรับทรัพย์ 4.2 พันลบ. บิ๊กดีลขายโรงไฟฟ้า
ในช่วงปลายปี 2567 คณะกรรมการ EP อนุมัติให้บริษัทย่อยขายหุ้น 100% ในบริษัท EPVN W2 (HK) Co., Ltd. ซึ่งดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 2 แห่งในจังหวัดญาลาย ขนาดรวม 99 เมกะวัตต์ ให้แก่ BCPG Investment Holdings Pte. Ltd. (BCPGI) มูลค่ารวมประมาณ 4,627.29 ล้านบาท การขายครั้งนี้จะทำให้ EP มีเม็ดเงินสดเพียงพอชำระหนี้สินทั้งหมด
และยังเหลือโครงการพลังงานลมอีก 2 แห่งรวม 60 เมกะวัตต์ โดย COD แล้ว 1 โครงการ และอีก 1 โครงการกำลังจะ COD ตามแผน ซึ่งเมื่อ COD ครบทั้งสองโครงการ EP จะได้รับเงินงวดแรกจากดีลนี้ไม่ต่ำกว่า 1,780 ล้านบาท
ฐานะการเงินแข็งแรงขึ้น–พร้อมขับเคลื่อนการเติบโต
รายได้จากโครงการที่ COD แล้วจะเริ่มเข้ามาเสริมกระแสเงินสด ขณะเดียวกันการขายสินทรัพย์ช่วยลดภาระดอกเบี้ยและเพิ่มศักยภาพการลงทุนในอนาคต EP ยังได้รับการสนับสนุนสินเชื่อจาก Vietcombank วงเงินกว่า 1,000 ล้านบาท สำหรับ HL4 ซึ่งสามารถเบิกจ่ายได้ทันทีครึ่งหนึ่ง และส่วนที่เหลือหลังจากปิดดีลอัตราค่าไฟฟ้า (FIT) กับ EVN
เปิดรายได้ Q2/68
สำหรับงวดไตรมาส 2/2568 (สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2568) มีรายได้จากการดำเนินงาน 185.92 ล้านบาท แบ่งเป็น ธุรกิจสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ 129.14 ล้านบาท ธุรกิจไฟฟ้า 56.78 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากกาติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป 27.78 ล้านบาท และรายได้จากวินด์ฟาร์ม 26.56 ล้านบาท โดยเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 โครงการ HL3 เริ่มบันทึกรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับ EVN
การเดินหน้าจ่ายไฟฟ้าของ HL4 การทยอย COD ของโครงการที่เหลือ และการปิดบิ๊กดีลขายสินทรัพย์ในเวียดนาม เป็นปัจจัยร่วมที่ช่วยให้ EP ลดหนี้ เสริมสภาพคล่อง และวางรากฐานสำหรับการขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในอนาคต การผสมผสานระหว่างรายได้ประจำจากโครงการที่ COD แล้ว และเงินทุนจากการขายสินทรัพย์ จะทำให้ EP มีความแข็งแรงทางการเงิน พร้อมกลับสู่เส้นทางการเติบโตอย่างชัดเจน